ในอดีตยุคที่ฟุตบอลไทยรุ่งเรืองที่สุดคือยุคของ "ดรีมทีม" ซึ่งมี "บิ๊กหอย" ธวัชชัย สัจจกุล, "บิ๊กกร๊อง" วิรัช ชาญพานิช และ "น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยมีนักเตะแจ้งเกิดในยุคนั้นมากมายไม่ว่าจะเป็น "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล, วรวุฒิ ศรีมะฆะ, ตะวัน ศรีปาน หรือ ธชตวัน ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน รวมถึงคนอื่นๆอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนักเตะเหล่านี้ก็เติบโตในเส้นทางลูกหนัง กลายเป็นโค้ชที่มีชื่อเสียง
จากวันนั้นถึงวันนี้ เวลาผ่านไปกว่า 25 ปี แต่ว่าเหล่าขุนพลลูกหนังก็ยังไม่เคยลืมบุญคุณของ 3 ผู้มีพระคุณที่เป็นคนให้โอกาสนักเตะโนเนมในขณะนั้น ได้มีโอกาสพิสูจน์ฝีเท้าจนมีชื่อเสียงมาถึงในปัจจุบัน
วันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมาจึงถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไทย ที่อดีตทีมชาติไทยกว่า 150 คนรวมตัวกันจัดงาน มุทิตาจิต ให้กับ 3 ผู้มีพระคุณ โดยมี "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นหัวเรือใหญ่ จัดฟุตบอลการกุศล ร่วมกับดาราศิลปินและผู้สื่อข่าว ภายใต้คอนเซปป์ "ไม่มีเขา ไม่มีเรา" ซึ่งก็ทำให้ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้ง 3 ท่าน ปลื้มใจไม่น้อยที่นักเตะเหล่านี้ยังคิดถึงกัน ในงานนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของลูกหนังในอดีต นักเตะที่ไม่เคยได้เจอกันหลายปีก็ได้มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้ง แม้ว่ารูปร่างจะเปลี่ยนไป แต่ว่าทักษะเชิงลูกหนังยังคงโดดเด่นอยู่เช่นเคย
ซิโก้ บอกว่ารู้สึกดีใจที่ได้กลับมาเจอเพื่อนๆอีกครั้ง และอยากฝากไปถึงรุ่นน้องให้น้องๆทีมชาติไทยทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ข้างหลังยังมีพี่ๆคอยให้กำลังใจเสมอ แม้ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอดีตทีมชาติไทยที่ถล่มทีมรวมดาราผู้สื่อข่าวไป 8-1 แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือมิตรภาพของคนลูกหนังทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่ได้กลับมารวมตัวกัน และร่วมกันทำมุทิตาจิตให้กับ 3 บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของฟุตบอลไทย
ทีมข่าวกีฬา พีพีทีวี รายงาน