ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงให้เจ้าภาพลงเตะนัดเปิดสนามในฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมนี ย้อนไปก่อนหน้านั้น นัดแรกของเวิลด์คัพจะเป็นการลงเตะของทีมแชมป์เก่า ที่เคยหมดท่า ขายหน้ามาแล้วหลายครั้งด้วยกัน
ฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน ทีมชาติอาร์เจนติน่า นำทัพมาด้วยสตาร์ดังอย่างดิเอโก้ มาราโดน่า,ออสวัลโด้ อาร์ดิเลส รวมถึงดาวยิงฮีโร่ที่ซัดประตูชัย พาทีมคว้าแชมป์โลกในบ้านเกิดเมื่อ 4 ปีก่อน อย่างมาริโอ แคมเปส แต่กลับพลาดท่าพ่ายให้กับเบลเยียม ที่ได้ลูกยิงของเออวิน ฟานเดนเบิร์ก เป็นประตูชัย ยัดเยียดความปราชัยให้แชมป์เก่า แม้ว่าสุดท้ายทั้งคู่จะควงกันเข้ารอบ แต่ว่าก็ไปได้ไกลแค่นั้น ร่วงรอบแบ่งกลุ่มรอบ 2
ถัดมาอีก 8 ปี ทัพฟ้าขาว ยังคงเจออาถรรพ์นัดเปิดสนามของทีมแชมป์เก่า ตามมาหลอกหลอน กับเวิลด์คัพ อิตาเลีย 1990 มาราโดน่า ที่ฟุตบอลโลกครั้งนี้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม กลับเจอฝันร้ายรอบ 2 ใครจะคาดคิดว่า อาร์เจนติน่า ที่ชื่อชั้นศักดิ์ศรีแชมป์โลก 2 สมัย จะพลิกล็อคแพ้ให้ทัพหมอผี แคเมอรูน จากประตูของฟรังซัว โอมัม บียิค แต่ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้
ขยับเข้ามาใกล้กับฟุตบอลโลกครั้งแรกในทวีปเอเชีย เวิลด์คัพ 2002 ที่ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เวิลด์คัพ 2002 ทัพตราไก่ แชมป์เก่า ที่แม้จะไม่มีซีดาน กัปตันทีมที่บาดเจ็บ แต่ยังมีขุมกำลังชุดแชมป์โลกอยู่กันครบ ทั้งตูราม, วิเอร่า และดาวยิงที่ร้อนแรงที่สุดในเวลานั้นอย่างอองรี แต่กลับพลิกพ่ายให้กับเซเนกัล ตัวแทนจากกาฬทวีปที่เข้ามาเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก เท่านั้นไม่พอ อีก 2 เกมที่เหลือ ฝรั่งเศสยังได้แค่เจ๊าอุรกวัย 0-0 และพ่ายเดนมาร์ก 0-2 ร่วงรอบแรกแบบช็อคโลก