สำหรับการแข่งขันใน 5 จังหวัดชายแดนใต้นั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอล ได้นำเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่หากได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้านการประสานงานและอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่รูปแบบเบื้องต้นจะเป็นการแข่งขันระหว่างอำเภอเพื่อหาตัวแทนจังหวัดก่อน เมื่อได้แล้วตัวแทน 5 จังหวัดจะแข่งกันแบบเหย้าเยือนเพื่อหาแชมป์ โดยจำกัดว่าห้ามมีนักกีฬาที่เล่นฟุตบอลอาชีพลงแข่งด้วย เพราะจุดประสงค์นอกจากจะมอบโอกาสและความสุขให้ประชาชนแล้ว ยังหวังเฟ้นหาช้างเผือกเพื่อเป็นตัวเลือกในทีมชาติในอนาคตอีกด้วย โดยกำหนดการต่างๆ ต้องรอให้ทุกฝ่ายพิจารณาจนได้ข้อสรุปร่วมกันเสียก่อน
นอกจากนี้ "บิ๊กอ๊อด" ยังได้พูดถึงแผนการในระยะยาวที่ต้องการให้ประเทศไทยมีสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานจากฟีฟ่า เพื่อเตรียมสำหรับเป็นเจ้าภาพทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ ซึ่งนอกจากตัวสนามแล้ว การคมนาคมรอบๆก็สำคัญ เพราะประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปมีการขนส่งสาธารณะไปถึงสนามทำให้การเดินทางสะดวก ไม่มีปัญหาจากจราจร ซึ่งทาง รมต.กีฬา ก็เห็นด้วย พร้อมรับไว้พิจารณา
ทั้งนี้ นายกสมาคมฟุตบอล ยังพูดถึงโอกาสในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของไทยว่า จากการเข้าประชุมกับสมาชิกฟีฟ่าที่รัสเซียพบว่าการคัดเลือกเจ้าภาพจะยากและเข้มงวดกว่าเดิม เพราะไม่ใช่แค่ความพร้อมด้านสนามแข่ง แต่ยังมองถึงทรัพยาการบุคคล และเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย ซึ่งโอกาสที่ไทยจะได้รับสิทธิ์นี้ก็ต้องเป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศอื่นๆในอาเซียน แต่กว่าจะถึงเวลานั้น ไทย ควรเตรียมความพร้อมทุกด้านเพื่อรองรับไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ