หลังถูกปิดกว่า 8 ปี "พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์" ย้ายที่ตั้งมาอยู่ที่นนทบุรีแล้ว กลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ใหม่ที่รวบรวมวัตถุโบราณเกี่ยวกับการลงทัณฑ์จากทั่วประเทศไว้มากที่สุด
หลายคนคงคุ้นเคยว่า "พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์" เคยเปิดมาแล้วครั้งหนึ่งที่เรือนจำกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ที่สวนรมณีนาถ ก่อนจะปิดทำการไปเป็นเวลากว่า 8 ปี และ ย้ายที่ทำการมาที่ สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 หลังพิพิธภัณฑ์หลังเดิม ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมแทน
พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี
การย้ายมาครั้งนี้ ไม่ถือว่าเป็นครั้งแรก เพราะเดิมเคยตั้งอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ในสมัยของ พันเอกหลวงเชวงศักดิ์สงคราม อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนที่ 3 ก่อนที่ นายประดิษฐ์ พานิชกร อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนที่ 17 จะเขยิบพื้นที่ออกไปไม่ไกลมาก ไปตั้งที่บริเวณสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ และ นายสวัสดิ์ ส่งสัมพันธ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนที่ 24 ย้ายให้ไปที่สวนรมณีนาถแทน
แต่ก็มีเหตุการณ์ให้ต้องย้ายกลับมาตั้งที่เดิมอีกครั้ง คือ บริเวณสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ซึ่งที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน ที่นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนปัจจุบัน บอกว่า อาจเป็นเรื่องของจิตวิญญาณของอุปกรณ์ราชทัณฑ์เหล่านี้ที่ทำให้ต้องกลับมา
นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนปัจจุบัน
ค้อนตอกเล็บ
พิพิธภัณฑ์ 3 ยุคนี้ ก่อสร้างขึ้นในรูปแบบสไตล์โมเดิร์น ประกอบไปด้วย 3 อาคาร ที่ยังคงยกทุกอย่างที่เคยมีมาจัดแสดงให้เห็น โดยได้รวบรวมวัตถุโบราณเกี่ยวกับการลงทัณฑ์จากเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ ที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาด้านราชทัณฑ์ของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ อาคาร 2
ดาบของนายเหรียญ เพิ่มกำลังเมือง เพชฌฆาตดาบคนสุดท้ายของเมืองไทย
โดย อาคารหลังแรก จะจัดแสดงประวัติศาสตร์ด้านราชทัณฑ์ของไทย อาคารหลังที่สอง จะแสดงเครื่องพันธนาการ เอกสารและวัตถุโบราณต่างๆ ในการลงทันฑ์ และ อาคารหลังที่สาม จะเป็นส่วนของ “ร้านหับเผย” ซึ่งเป็นการนำคำเรียกลานกว้างหน้าเรือนจำสมัยก่อน ที่ผู้ต้องขังสามารถนำของออกมาขายได้ เนำมาเป็นชื่อเรีกที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ในปัจจุบันเช่นเดียวกัน ซึ่งมีของให้เลือกซื้อทั้งงานศิลปหัตถกรรม เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม โดย 70% ของรายได้จะเป็นของผู้ต้องขังทั้งหมด
ร้านหับเผย
ร้านหับเผย
เรื่องราวของแต่ละอาคารถูกร้อยเรียงตามลำดับวิวัฒนาการด้านราชทัณฑ์ของไทย เริ่มตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาไปจนถึงรัตนโกสินทร์ โดยจะสะท้อนให้เห็นถึงการลงทัณฑ์ตั้งแต่แรกเริ่มว่า ตั้งต้นมาจากการต้องทำให้ผู้คนหวาดกลัว มีความรุนแรง เพื่อจะได้ไม่มีใครกล้าทำผิดกฎหมายบ้านเมือง โดยจะเห็นได้จากอุปกรณ์การลงทัณฑ์ที่มีเครื่องทรมานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค้อนตอกเล็บ ไม้บีบขมับ การใช้ลูกตุ้มตรวน หรือสมอบก เป็นต้น
ก่อนกาลเวลาเปลี่ยน การลงทัณฑ์จะถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่สร้างโอกาส คืนคนดีสู่สังคม เพราะเชื่อว่าการทำให้พวกเขาได้มีที่ยืนในสังคม จะลดการกระทำผิดซ้ำได้
รวมภาพผู้ต้องขังที่ได้รับรางวัลมากมาย
ส่วนเรื่องของการตัดสินประหารชีวิตนั้น ก็มีวิฒนาการตามยุคสมัย เริ่มจากการประหารด้วยดาบ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็นการยิงปืน การยิงเป้า และแปรผันมาสู่การฉีดยา ซึ่งเป็นการลงทัณฑ์ที่ร้ายแรงที่สุดในยุคปัจจุบัน เพราะทางราชทัณฑ์เชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ผู้ต้องขังทรมานน้อยที่สุด
การประหารด้วยดาบ
การประหารด้วยการยิงเป้า
สำหรับการย้ายพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์มาเปิดใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดนนทบุรี ที่ทุกคนสามารถมาสัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก เพราะวัตถุโบราณเหล่านี้เป็นของจริงทั้งหมด ในอนาคตจะหาชมไม่ได้อีกแล้ว
สถานที่ท่องเที่ยวแหล่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์นี้ จะเปิดให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ เพื่อทำความสะอาดพื้นที่ โดยทุกคนสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ฟรี ที่สำคัญบริเวณนี้ยังติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ถ้าใครสนใจอยากจะไปกินลมชมวิวสัมผัสธรรมชาติด้วย ที่แห่งนี้นับว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
12 สถานที่น่าไป “ภาคใต้” ที่ The Times ยกให้เป็นที่เที่ยวที่ดีที่สุด
อย่าล้อเล่นกับความเหงา ททท.เปิด 7 เส้นทางท่องเที่ยวคนโสด ซีซั่น 2