TDRI ชี้ "ช้อปดีมีคืน" เอื้อทุนใหญ่ ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ
TDRI ชี้ รัฐไม่ควรออกมาตรการ "ช้อปดีมีคืน" เหตุสร้างความเหลื่อมล้ำ เอื้อทุนใหญ่ ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ
TDRI ชี้ รัฐไม่ควรออกมาตรการ "ช้อปดีมีคืน" เหตุสร้างความเหลื่อมล้ำ เอื้อทุนใหญ่ ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หนุนโครงการคนละครึ่ง โดยเฉพาะการต่อเฟส 2 ซึ่งควรขยายสิทธิ ครอบคลุมกลุ่มที่ยังตกหล่นอีก 13 ล้านคน เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงและผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงได้
ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือ TDRI เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับการขยายโครงการ “คนละครึ่งเฟส 2” เนื่องจากเป็นโครงการที่สามารถช่วยพยุงเศรษฐกิจได้อย่างถูกที่ ถูกเวลา ช่วยร้านค้าขนาดเล็กได้ เนื่องจากยังมีประชาชนตกหล่นไม่ได้รับสิทธิ์รอบแรกอีกกว่า 13 ล้านคน ซึ่งกลุ่มนี้ควรได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ด้วย
ในทางกลับกันก็ไม่เห็นด้วยกับมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ที่ถือเป็นตัวสร้างความเหลื่อมล้ำ และไม่เท่าเทียมให้สังคมอย่างมาก แค่การให้สิทธิ์ก็ต่างกันแล้ว เพราะกลุ่มคนรวยกว่า 2 ล้านคน ได้สิทธิ์ทั้ง 100% แบบไม่ต้องลงทะเบียน รวมถึงดูมูลค่าที่ประชาชนได้รับของทั้ง 2 โครงการ ก็ต่างกัน ชนชั้นกลางที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ได้จากคนละครึ่งเพียง 3,000 บาท สวนทางกับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ที่ให้กับกลุ่มคนรวย แต่ลดหย่อนภาษีถึง 30,000 บาท
สำหรับการใช้เงินภาษีไปในโครงการ “ช้อปดีมีคืน” คาดว่าต้องสูญเสียรายได้ไปกว่า 8,000-9,000 ล้านบาท แต่แบบจำลองประเมินว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียง 5,000 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากเงินที่เพิ่มขึ้นสำหรับคนรวยกับคนจนนั้นต่างกัน ชนชั้นกลางหรือผู้มีรายได้น้อยที่หาเช้ากินค่ำ เมื่อได้เงินเพิ่มวันละ 150 บาท พฤติกรรมจะใช้เงินทั้งหมดเพราะความจำเป็น ด้วยเหตุผลของการได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นย่อมต้องจ่ายออกไป แล้วเกิดตัวคูณหมุนเวียนในระบบอีก 1.8 เท่า หากใช้สิทธิครบ 10 ล้านสิทธิ คนละ 3,000 บาท ภาครัฐเสียงบประมาณแค่ 30,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจได้ 55,000 ล้านบาท
กรณีกลุ่มคนรวยที่มีฐานะแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะหนึ่งปีมีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อคน หรือมากกว่านั้น การได้รับเงินเพิ่มไม่กี่หมื่นบาท ตามพฤติกรรมแล้วไม่ได้เป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเลย จึงเป็นส่วนต่างที่ทำให้โครงการ “คนละครึ่ง” มีประสิทธิผล มากกว่าโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ทั้งยังเป็นการเอาเงินไปช่วยให้กับคนที่มีฐานะอยู่แล้ว ได้รับผลกระทบน้อยอยู่แล้ว และก็ไม่ได้จำเป็นที่ต้องใช้เงินเหล่านี้
ทั้งนี้ ดร.นณริฏ ย้ำว่า รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ เก็บเข้าฐานภาษี เพราะเกิดข้อมูลการซื้อขายจำนวนมาก แม้ว่ารัฐฯจะไม่ได้วางแผนเก็บภาษีกลุ่มเหล่านี้ในปัจจุบัน แต่ตอนนี้ถือเป็นโอกาสที่ภาครัฐเริ่มรู้จักกลุ่มคนเหล่านี้แล้ว
TDRI หนุนมาตรการกระตุ้น ศก. แต่ ปชช.ต้องเข้าถึงได้จริง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB