ไม่น่าเชื่อ! สงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นจุดเปลี่ยน"ก้าวพ้นพลังงานฟอสซิล"
เชื่อหรือไม่ว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอีกด้าน เมื่อเกิดการเร่งลงทุนพลังงานสะอาด เพื่อลดการพึ่งพาฟอสซิล นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ทั่วโลกจากการเผาผลาญพลังงานจากฟอสซิลในปี 2025 จะพุ่งถึงจุดสูงสุด เนื่องจากการบุกยูเครนของรัสเซีย ทำให้หลายประเทศเร่งลงทุนในพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อชดเชยการใช้พลังงานฟอสซิล
องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กล่าวว่ารัฐบาลหลายประเทศทุ่มลงทุนพลังงานสะอาด เพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงานจากภาวะสงครามยืดเยื้อและความขัดแย้งระดับโลก จะทำให้เกิด "จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์" ในการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด
ป่าอเมซอนใกล้วิกฤต! ผลวิจัยหลายชิ้นชี้ป่าฝนขนาดใหญ่กำลังกลายเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา
ที่มา: IEA
ไม่น่าเชื่อว่าที่ผ่านมา การรณรงค์เลิกใช้พลังงานจากฟอสซิลและหันไปใช้พลังงานทดแทน เป็นไปอย่างยากลำบาก แต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนได้เร่งไปสู่วิกฤติพลังงาน ทำให้ราคาก๊าซและน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก จนเงินเฟ้อทะยานขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งกระทบต่อครัวเรือนทั่วโลก
รัฐบาลหลายประเทศกำลังมองหาแหล่งพลังงานอื่น ๆ เพื่อมาชดเชยก๊าซและน้ำมันจากรัสเซีย แต่ยังเป็นที่สงสัยว่าความกลัวขาดพลังงานฟอสซิลจะนำไปสู่การลดใช้น้ำมันและก๊าซ และหาแหล่งพลังงานอื่นจริงหรือไม่ เพราะบางประเทศยังอุดหนุนราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค นั่นหมายความว่ายังเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานจากฟอสซิลทางอ้อม
แต่ นายฟาทีห์ บิรอล ผู้อำนวยการใหญ่ IEA กล่าวว่าวิกฤตพลังงานจากสงครามในยูเครน กำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด
IEA ระบุว่าการลงทุนพลังงานสะอาดเพื่อรับมือกับวิกฤติพลังงานในหลายประเทศ จะทำให้การปล่อยก๊าซถึงจุดสูงสุดใน 10 ปี โดยประเทศพัฒนาหลายประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์มากที่สุด ได้มีนโยบายออกมาเพื่อลดการปล่อยก๊าซ
ภายใต้แผนการลงทุนพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์ ลมและพลังงานนิวเคลียร์ จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 50% ในปี 2030 และจะเพิ่มอีกเท่าตัวในปี 2050 ซึ่งเป็นปีที่ประชาคมโลกต้องลดการปล่อยก๊าซเป็นศูนย์
บทวิเคราะห์ของ IEA ชี้ให้เห็นว่านโยบายของรัฐบาลทั่วโลกในปัจจุบันยังหลีกเลี่ยงการควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มขึ้น 2.5 องศาเซียลเซียส ซึ่งจะเป็นจุดที่สร้างความหายนะของสภาพภูมิอากาศทั่วโลก โดยเป้าหมายลดความหายนะที่เกิดขึ้น ต้องไม่ให้เกิน 1.5% องศาเซียลเซียสเหนือระดับก่อนอุตสาหกรรม
บทวิเคราะห์ระบุอีกว่านักวิทยาศาสตร์เห็นตรงกันว่ารัฐบาลทั่วโลกไม่ได้มีความพยายามดำเนินอย่างเพียงพอในการป้องกันหายนะที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาขององค์การสหประชาชาติที่ระบุว่ารัฐบาลทั่วโลกยังลดการปล่อยก๊าซไม่มากพอที่จะสกัดไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึง 2.5 องศาเซียลเซียส
อย่างไรก็ตาม การลงทุนพลังงานสะอาดจากทั่วโลกด้วยเม็ดเงินมหาศาล จะส่งผลกระทบต่อรัสเซียโดยตรงที่มีรายได้หลักมาจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นักวิเคราะห์คาดว่ารัสเซียจะสูญเสียรายได้มหาศาลภายในปี 2030 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนสงคราม และบทบาทต่ออุตสาหกรรมพลังงานจะลดลง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะชี้ให้เห็นว่า "ยุคทองของก๊าซกำลังจบลง"
แต่ IEA ไม่ได้ปรับการประเมินก่อนหน้านั้น โดยระบุว่าหากโลกต้องการควบคุมอุณหภูมิตามเป้าหมายและลดการปล่อยก๊าซเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การลงทุนใด ๆ เดี่ยวกับพลังงานฟอสซิลต้องหยุดทันที เพราะโครงการลงทุนใหม่จะทำให้กระทบเป้าหมายทั้งหมด
"ปัจจุบัน ไม่มีผู้นำรัฐบาลประเทศไหนบ่นว่ามีพลังงานสะอาดมากเกินไป มีแต่เสียงบ่นว่ามีไม่เพียงพอ" นายบิรอล กล่าว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB