เจาะความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย "เงินดิจิทัล - Entertainment Complex" ถูกเมฆหมอกเบียดบัง?
วิเคราะห์ความเสี่ยงนโยบายเศรษฐกิจไทยในรัฐบาลแพทองธาร เชื่อ "เงินดิจิทัล" ควบคุมไม่ได้ กระทบความเชื่อมั่นประชาชน ขณะที่ "Entertainment Complex" เสี่ยงทำรัฐบาลล่ม หากการพนันมาเกี่ยวข้อง
หลังการเคาะรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดล่าสุด ภายใต้การกุมบังเหียนของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ "ครม.อิ๊งค์" พร้อมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันที่ 6 กันยายน 2567 และเตรียมปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น หลายฝ่ายโดยเฉพาะภาคประชาชนมีการพูดถึงนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะ “เงินดิจิทัล” ว่าจะสามารถทำให้เป็นจริงได้หรือไม่ หรือจะดำเนินนโยบายต่อไปในทิศทางไหน
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมวิเคราะห์พูดคุยเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดนี้ กับ PPTV รายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
จนท.ที่ดินเป็นลม! หลังโดน ปปป.-ป.ป.ท.-ป.ป.ช. บุกจับฐานเรียกรับเงิน
เปลี่ยน "เงินดิจิทัล" เป็นเงินสด ทำควบคุมยากขึ้น กระทบความเชื่อมั่นประชาชน
นายธีระชัย กล่าวว่า เดิมพรรคเพื่อไทยโฆษณาว่าจ่ายเป็นเงินดิจิทัล จุดขายหลักของเขาคือจำกัดพื้นที่และการใช้งานอย่างละเอียด เมื่อนำมาเป็นเงินสดจะไม่สามารถคุมอะไรไม่ได้เลย ทำให้เกิดเป็นลักษณะ "พายุหมุน" กล่าวคือ ถ้าแจกเป็นเงินสดแล้วถูกนำไปใช้ในพนันออนไลน์ เงินก็จะลงไปใต้ดิน หรือถ้านำไปเติมน้ำมัน เงินก็จะไปเป็นพายุหมุนอยู่ที่ตะวันออกกลาง หรือถ้านำไปซื้อโทรศัพท์ เงินก็จะหมุนอยู่ที่ประเทศจีน ไต้หวัน ทั้ง ๆ ที่ใช้เงินของคนไทย
สิ่งที่รัฐบาลทำคือ เปลี่ยนโครงการที่อาจจะเป็นโครงการที่ดี และอาจทำให้เกิดการพัฒนาแบบยั่งยืน ให้พักไว้ก่อน แทนที่จะเป็นโครงการสร้างถนน สร้างเสาไฟฟ้า หรืออื่น ๆ กลับนำเงินไปไว้ในมือประชาชน ทำให้กลุ่มที่มีความสุขคือล็อตแรก กลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคน
นายธีระชัย ชี้ว่า รัฐบาลสามารถนำเงินมาพัฒนาโครงการด้านอื่น ๆ ให้ดีก่อน แล้วค่อยนำมาแจกประชาชนก็ย่อมได้ อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกว่าถ้าจะแจกเป็นเงินดิจิทัลนั้นยาก มีอุปสรรคอยู่หลายอย่าง ยากที่จะทำได้
ด้าน พล.ท.ภราดร เผยว่า การเปลี่ยนจากแจกเงินดิจิทัลเป็นเงินสดนั้นชัดเจนว่าส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ความศรัทธาของประชาชนหมด ถ้ามีการกลั่นกรองให้ดี สามารถคุยเพื่อกลั่นกรองนโยบายใหม่ให้ตกผลึกกันได้ว่า ทำอย่างไรให้อ่อนตัว ปรับเปลี่ยนได้ เชื่อว่าประชาชนรับได้
แต่หากดันทุรังดันเป็นนโยบายเรือธง ภายใต้รัฐบาลผสม ก็มีโอกาสที่จะต้องเปลี่ยน ประกอบกับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น 1 ปีผ่านไปยังไม่มีความเป็นรูปธรรม กระบวนการทางเทคนิคต่าง ๆ ที่ต้องใช้เวลาและใช้เงิน กว่าจะเสถียรจนมีความมั่นใจอาจผลาญงบอีกบานปลาย จนเกิดข้อสังเกตว่า นโยบายนี้มีผลประโยชน์อะไรหรือไม่
อีกทั้งความไม่เสมอภาคก็เห็นได้ชัดจากการประกาศว่าล็อตแรกจะแจกเป็นเงินสด ขณะที่ส่วนที่เหลือจะแจกเป็นเงินดิจิทัล ซึ่งฝ่ายที่ได้รับเงินดิจิทัลอาจตั้งคำถามได้ว่าทำไมไม่ได้เงินสด รวมถึงอาจไม่สามารถใช้จ่ายได้ครอบคลุมหลากหลายเท่าเงินสด เท่านี้ก็ไม่เกิดความเสมอภาคแล้ว
พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า ทว่าสถานการณ์การเมืองตอนนี้เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด เนื่องจากไม่รู้ว่าจะอยู่ทันได้ใช้เงินดิจิทัลหรือไม่ อายุของรัฐบาลจะอยู่ทันให้เกิดเงินดิจิทัลหรือไม่
ยุ่งยาก! ใช้ "เงินดิจิทัล" ระบบบล็อกเชน แนะควรทำระดับใหญ่ ยก "เอล ซัลวาดอร์" เป็นตัวอย่าง
นายธีระชัย กล่าวว่า เท่าที่เห็นมีการโยกงบประมาณ จากที่ควรจะไปธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ปรากฏว่าวันสุดท้ายก็ถูกโยกราว 3.5 หมื่นล้าน ไปยังโครงการอื่น ตนจึงคาดว่าเป็นงบสำหรับการเขียนโปรแกรม ซึ่งในส่วนของการเขียนโปรแกรมมองว่าค่อนข้างซับซ้อน
หากเป็นแบบบล็อกเชน กว่าจะยืนยันรายการ ใช้เวลาเฉลี่ย 10 นาทีต่อ 1 รายการ หรือบางรายการใช้เวลาเป็น 1 ชม. หรือ 1 ชม. ครึ่งก็มี เพราะ 1 วินาที สามารถผ่านได้แค่ 7 รายการ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบข้อมูลรายการจากคอมพิวเตอร์ประมวลผลเป็นหลายหมื่นหรือหลายแสนเครื่อง กว่าจะครบต้องใช้เวลาไม่รู้ตั้งเท่าไร
นายธีระชัย มองว่า การผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลนั้นถือเป็นเรื่องที่ถูก แต่อาจไม่ใช่การทำในลักษณะโอนเงินให้ใช้ ลักษณะการโอนเงินให้ใช้ควรทำในกลุ่มรายใหญ่ ในลักษณะตลาดเงินตลาดทุน อาจเข้าท่ากว่า แต่ถ้าลงมาที่รายย่อย ในลักษณะโอนเงินประจำวัน นั้นเป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเร็วอยู่แล้ว ถ้ายิ่งผ่านกระบวนการบล็อกเชนนั้นจะยิ่งยุ่ง เพราะไม่มีที่ไหนใช้ระบบนี้ในระดับรายย่อย
ยกตัวอย่างกรณีประเทศเอล ซัลวาดอร์ ที่มีคนไปทำงานที่สหรัฐฯ เยอะ เวลาจะส่งค่าใช้จ่ายกลับบ้านเกิดนั้นจะโดนหักหัวคิว ประธานาธิบดีของเอล ซัลวาดอร์ เกิดไอเดีย เปลี่ยนมาให้แรงงานในสหรัฐฯ ซื้อบิตคอยน์และโอนมายังบ้านเกิด ทำให้ไม่โดนหักค่าหัวคิว การโอนข้ามทวีปข้ามเขตแดนในระดับใหญ่เช่นนี้นั้นเข้าท่า
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า การทำระบบให้เป็นที่ยอมรับของแบงก์ชาติที่มีการเสนอมาใน 2 ประเด็น คือ ความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ถ้าตอบคำถามข้อนี้ไม่ได้ เท่ากับว่าผิดกฎหมาย และข้อสองคือ ระบบการชำระเงิน ให้ดูให้ดี เพราะแบงก์ชาติเป็นผู้บริหารระบบการเงินของชาติ ถ้ายังไม่มีการคุยใน 2 ประเด็นนี้ แล้วจะเดินหน้าได้อย่างไร
นอกจากนี้ การเปลี่ยนจากแจกเงินดิจิทัลมาเป็นเงินสดจริง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตั้งคำถามตัวเอง เพราะไม่ตรงกับนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ สมมติว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคคู่แข่งก็สามารถกล่าวได้ว่าต้องการแจกเงินดิจิทัล 100,000 บาท แต่เมื่อชนะแล้วกลับแจกเป็นเงินสด
นายธีระชัย แนะนำว่า นโยบายเงินดิจิทัล ต้องตัด ลดการใช้จ่ายจากนโยบายอื่นไปเลย ไม่ใช่เลื่อนนำส่วนนี้ไปไว้ส่วนนี้ เพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่าเมื่อนำเงินไปใช้ในส่วนของเงินดิจิทัลแล้ว จะไม่ได้โรงพยาบาลนะ จะไม่ได้ถนนนะ ซื้ออาวุธอะไรก็ต้องรอนะ หรือต้องเพิ่มภาษีนะ เป็นต้น
"Entertainment Complex" เสี่ยงทำรัฐบาลล่ม หากการพนันมาเกี่ยวข้อง
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ความจริงนโยบายกาสิโน หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ไม่มีตอนหาเสียง แต่มีหลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามพรบ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้นมีกรอบอยู่ และในกรอบไม่มีเรื่องการพนัน หรือเรื่องกาสิโน หากเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ แต่ไม่มีการพนันอาจจะเข้ากรอบทางเศรษฐกิจได้ แต่ถ้ามี ต้องระวังมือดีมายืนร้องเรียน เพราะอาจทำให้รัฐบาลมีอันเป็นไปได้
รัฐบาลนี้มีแต่เรื่องล่อแหลมหมด ถ้าอยากทำต้องแถลงนโยบายต่อสภา และต้องอยู่ในกรอบที่ไม่ขัดกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งไม่มีน้ำหนักเรื่องกาสิโนหรือการพนันเท่าไร การข้ามขั้วของรัฐบาลชุดนี้ทำให้เครดิตของพรรคเพื่อไทยผู้นำนโยบายนี้นั้นไม่มี ทำให้อเนจอนาถไปหมด
ด้าน นายธีระชัย กล่าวว่า นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว สิ่งที่มีปัญหาอื่น ๆ คือมีข่าวออกมาหนาหู เช่น กรณีนายไพศาล พืชมงคล ที่อาจมีจิ้งก้อง ใต้โต๊ะ รวมถึงทำไมต้องมีถึง 8 แห่ง และแต่ละแห่งใช้งบประมาณกว่าหมื่นล้าน วึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนเรื่องนี้จะมีความยากในตัวเอง อีกทั้งปัญหากับพรรคร่วมก็มีส่วน
เศรษฐกิจไทยตัวเลขขยับน้อย ความหวังถูกการเมือง-กฎหมายเบียดบัง
นายธีระชัย กล่าวว่า ความหวังทางเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ จะถูกเมฆหมอกทางด้านความมั่นคงทางการเมืองเบียดบัง รวมถึงความเสี่ยงในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็เยอะมาก ซึ่งอาจจะเป็นรัฐบาลเดียวที่มีผู้ทำนายอายุในระดับ 3 เดือน 6 เดือน ไปจนถึงสุดที่ 1 ปี ทำให้ความมั่นใจในการลงทุนของนักธุรกิจค่อนข้างยาก
อีกประการหนึ่งคือ สิ่งที่เห็นในขณะนี้อาจเป็นภาพลวงตา เพราะเมื่อตั้ง ครม.แล้วปรากฏว่าหุ้นขึ้น ฟังดูเหมือนเป็นสัญญาณบวก แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่ทำตอนนี้ รัฐบาลกำลังจะออกกองทุนวายุภักษ์ เพื่อไปซื้อหุ้นหรือซื้ออะไรต่าง ๆ เมื่อเจาะลึกเข้าไป เราอาจมีความรู้สึกว่าภาพที่ดูแล้วเหมือนจะดี จริง ๆ แล้วอาจเป็นแค่ภาพลวงตา
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า ถ้าจะหวังผลต่อตัวเลขเศรษฐกิจจริง ๆ เชื่อว่าจะมีไม่มาก แต่คนที่ได้รับเงิน จากเงินที่นำไปพัฒนาส่วนอื่น ๆ จะมีความรู้สึกพอใจ มองเรื่องนี้เป็นประเด็นบวก แต่อาจไม่ได้ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจโดยภาพรวมขยับเท่าไหร่นัก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB