ประธานเฟดเตือน ภาษีทรัมป์ดันเงินเฟ้อ-กระทบจ้างงาน
ประธานเฟดเตือน มาตรการกำแพงภาษีของทรัมป์ จะส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง สวนทางกับเงินเฟ้อที่จะถีบตัวสูงขึ้นจนกลายเป็นปัญหา
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ออกมาเตือนว่า สงครามการค้าที่เกิดจากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้เฟดตกอยู่ในสถานการณ์ที่คาดเดาได้ยากที่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ เนื่องจากระดับการเพิ่มขึ้นของภาษีนำเข้าที่ประกาศออกมาจนถึงตอนนี้สูงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้อย่างมาก โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจมีทั้งเงินเฟ้อ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ เป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ คือส่งเสริมให้เกิดอัตราจ้างงานเต็มจำนวน และควบคุมอัตราเงินเฟ้อไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป แต่มาตการกำแพงภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์กำลังกระทบต่อเป้าหมายทั้งสอง แม้ตอนนี้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มที่ดี
พาวเวลล์บอกว่า มาตรการที่ดีที่สุดที่เฟดใช้ได้ตอนนี้คือ การรอดูสถานการณ์จนกว่าจะมีข้อมูลที่ให้เห็นชัดเจนว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ตอบสนองต่อนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์อย่างไร
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า หากมาตรการภาษีตอบโต้การค้าที่ถูกระงับชั่วคราวกลับมาบังคับใช้อีกครั้งในเดือน ก.ค. จะทำให้เงินเฟ้อถีบตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับอัตราว่างงาน ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง
โดยสหรัฐฯ เคยผ่านสถานการณ์เช่นนี้มาแล้วในช่วงยุค 70 ถึงต้น 80 ซึ่งช่วงเวลาที่อัตราว่างงานสูงทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวแต่อัตราเงินเฟ้อกลับเพิ่มขึ้นถึงหลัก 10% ซึ่งสถานการณ์นี้เรียกว่า "สแตกเฟลชัน" (stagflation)
โดยประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเวลานั้นเลือกที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อถึงแม้ว่าจะสร้างความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจ ขณะที่สถานการณ์ของสหรัฐฯ ในปัจจุบันมีโอกาสที่จะเผชิญกับปัญหาดังกล่าว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB