"ศิริกัญญา" ชู หวยใบเสร็จ พร้อม นโยบาย 3 ระยะรื้อโครสร้างไทย
"ศิริกัญญา" ชู นโยบาย 3 ระยะ รื้อโครสร้างไทย ลุยปลุกชีพ เสื้อเศรษฐกิจตัวที่ 5 รับ ไม่ติดใจสานต่อ “คนละครึ่ง"เตรียมดัน หวยท้ายใบเสร็จ ปั้นแต้มต่อ SME ชี้ ไทยยังเป็น Middle Power ที่เข้มแข็งได้ แต่ต้องวางจุดยืนให้มีตัวตน
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยกลยุทธ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพรรค โดยวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเผชิญกับภาวะดีมานด์อ่อนตัวอย่างรุนแรง การบริโภคภายในประเทศอาจเติบโตไม่ถึง 2%
จึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การแก้ไขที่ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด แบ่งเป็น ระยะสั้นจะทำการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ อุดรูรั่ว โดยพรรคประชาชนยืนยันความพร้อมในการสานต่อโครงการเดิมอย่าง "คนละครึ่ง" แต่จะปรับเงื่อนไขให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการทำหวยใบเสร็จ ที่จะเป็นการ นำ SME ไทยเข้ามาอยู่ในระบบให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลที่จะใช้ในการวิเคราะห์ ในการส่งเสริมเอสเอ็มอีเหล่านี้ ให้สามารถเติบโตไปเป็นขนาดกลางและขนาดใหญ่ได้ในอนาคต
ควบคู่ไปกับการพุ่งเป้าไปแก้จุดอ่อนเรื่องสินค้าด้อยคุณภาพราคาถูกจากต่างประเทศที่ทะลักเข้ามาทำลาย SME ไทย โดยจะบังคับใช้กฎหมายมาตรฐานสินค้า (มอก./อย.) และภาษีอากรอย่างเข้มงวด เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศอย่างแท้จริง
พรรคประชาชน ได้ถอดบทเรียนที่ผ่านมา ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะไม่ได้ผลเต็ม 100% ถ้ายังคงมีส่วนที่รั่วไหลไปต่างประเทศอยู่ คือการนำเข้าสินค้าเข้ามาในราคาถูก โดยจุดอ่อนนี้มองว่าก็ต้องมีการเพิ่มความเข้มงวด และเร่งลดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับ SME ในประเทศ ที่อาจจะนำเข้าสินค้ามาเช่นเดียวกัน
ระยะกลาง จะทำเมกกะโปรเจกต์สีส้ม เพื่อเหนี่ยวนำการลงทุนจากภาคเอกชน โดยจะมุ่งเน้นการลงทุนภาครัฐ ในโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนโดยตรง เช่น โครงการน้ำประปาสะอาดทั่วประเทศ ระบบจัดการขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า และระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งจะเป็นการสร้าง Supply Chain ใหม่อุตสาหกรรมภายในประเทศ และจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน
ระยะยาว จะทำโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Model) ที่จะเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่มาทดแทนเครื่องยนต์เดิมที่อ่อนกำลังลง ทั้งยานยนต์และปิโตรเคมี โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็น "Component Champion" มุ่งเน้นเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิ Power Semiconductor, Photonic และ Sensor ผ่านกลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) จากนักลงทุนต่างชาติ (FDI)
หวยใบเสร็จ สร้างแต้มต่อ SME
นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยถึงรายละเอียดและแนวคิดเบื้องหลังนโยบายหวยใบเสร็จ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงด้านเศรษฐกิจของพรรคที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยนางสาวศิริกัญญา ระบุว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการสร้าง "แต้มต่อ" ให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อให้สามารถแข่งขันกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวศิริกัญญา อธิบายว่าโครงการหวยใบเสร็จจะถูกจำกัดสิทธิ์เฉพาะการซื้อสินค้าจากร้านค้าขนาดเล็กและขนาดย่อยเท่านั้น เพื่อทำหน้าที่เป็นโปรโมชั่นชิงโชค ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งโดยปกติมักไม่มีงบประมาณเพียงพอในการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยตนเอง โดยนโยบายนี้จะสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าชุมชนหรือโชห่วย แทนการเดินเข้าห้างสรรพสินค้าหรือร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ เพื่อสะสมใบเสร็จนำไปแลกรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลหวยเลขท้าย 3 ตัว หรือ N3 ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจขั้นแรกในการดึงเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก
โดยวางแนวทางไว้ว่าเมื่อ SME เริ่มเข้าสู่ระบบจากการออกใบเสร็จ พรรคประชาชนเล็งเห็นว่ารัฐต้องมีมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลหรือการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบยังมีอุปสรรคอีกมาก โดยข้อมูลจากการเดินบัญชีและการออกใบเสร็จจะถูกรวบรวมเป็นฐานข้อมูลสำคัญ (Data) ที่รัฐสามารถนำไปใช้พิจารณาสินเชื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่แท้จริงของ SME แต่ละรายได้ รวมถึงการจัดหาเงินกู้ฉุกเฉินตามศักยภาพของบัญชีธุรกิจ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นอุปสรรคสำคัญของรายย่อยมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ นางสาวศิริกัญญา ยังได้เสนอแผนการปรับปรุงระบบภาษีเพื่อลดความกังวลและจูงใจให้ SME เข้าสู่ระบบอย่างยั่งยืน โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบได้แก่
- การหักค่าใช้จ่ายเหมา : ปัจจุบัน SME ที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เพียง 60% ซึ่งเท่ากับเป็นการประเมินว่าผู้ประกอบการมีกำไรสูงถึง 40% ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง พรรคจึงเสนอให้ปรับเพิ่มสัดส่วนการหักค่าใช้จ่ายได้สูงถึง 90% เพื่อลดภาระภาษีเงินได้
- การขยายเพดานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): เสนอให้ปรับเพดานการจดทะเบียน VAT จากเดิม 1.8 ล้านบาท เป็น 3.6 ล้านบาท โดยในช่วงการเปลี่ยนผ่านจะใชระบบ VAT อย่างง่าย ที่ไม่ต้องยื่นทุกเดือน และสามารถหักภาษีแบบเหมาได้สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเรื่องระบบใบกำกับภาษีซื้อ
- มาตรการ Tax Rebate : เมื่อธุรกิจเติบโตจนมียอดขายเกิน 5.4 ล้านบาทต่อปี ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปสามารถนำมาขอคืนในรูปแบบ Re-break เพื่อใช้เป็นทุนในการยกระดับธุรกิจ เช่น การจ้างตรวจบัญชี หรือการลงทุนในซอฟต์แวร์บริหารจัดการหลังบ้าน (Digital Transformation)
อย่างไรก็ตาม นางสาวศิริกัญญา ยอมรับว่าในระยะสั้น รัฐอาจจะยังไม่ได้รายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น เนื่องจากพรรคให้ความสำคัญกับการไม่สร้างภาระทางภาษีที่เกินตัวให้กับ SME แต่สิ่งที่รัฐจะได้กลับมาอย่างคุ้มค่าคือ ฐานข้อมูล (Data) ที่มีความละเอียดสูง ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางนโยบายสนับสนุน SME อย่างตรงจุด โดยเฉพาะการลดดอกเบี้ยเงินกู้ตามความเสี่ยงจริง
นี่ก็เป็นแนวทางที่เราคิดมาทั้งระบบที่จะนำ SME เข้าสู่ระบบ ซึ่งถามว่าได้รายได้ภาษีในระยะสั้นเพิ่มขึ้นไหม คงไม่ เพราะเราพยายามที่จะไม่ให้เป็นภาระทางภาษีของ SME เหล่านี้จนเกินเกินไป แต่สิ่งที่เราจะได้คือฐานข้อมูลต่างๆ ที่จะนำไปสนับสนุน SME โดยเฉพาะเรื่องสินเชื่อที่จะได้ดอกเบี้ยต่ำลง ที่จะสามารถคำนวณได้ตามความเสี่ยงของ SME เลย
ขณะที่ในส่วนของงบประมาณ และความคุ้มค่าของนโยบาย "หวยใบเสร็จ" นั้น ระบุว่าจริงๆต้องยอมรับว่าทุกนโยบายย่อมมีต้นทุนทางการคลัง แต่สิ่งที่แตกต่างคือความชัดเจนของยุทธศาสตร์ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ซึ่งที่ผ่านมามักเป็นการช่วยเหลือแบบไร้ทิศทาง แต่ในด้านภาระงบประมาณ พรรคได้วางโครงสร้างงบประมาณแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ งบประมาณกระตุ้นการบริโภค สำหรับเบื้องต้นที่จะมีการสานต่อโครงการในลักษณะคล้าย "คนละครึ่ง" โดยกำหนดไว้ที่ 12 ล้านสิทธิ์ในช่วงแรก เพื่อประเมินสภาวะการอ่อนตัวของการบริโภคภาคเอกชน
ส่วนงบประมาณ สำหรับดำเนินนโยบายหวยใบเสร็จ ได้วางกรอบงบประมาณไว้ที่เดือนละ 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินรางวัลสำหรับสองงวดต่อเดือน ควบคู่ไปกับงบสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจ ในส่วนของการประกันสินเชื่อและการชดเชยดอกเบี้ยต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดำเนินการอยู่แล้ว และจะใช้งบประมาณรวมปีละ 20,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเกราะป้องกันและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ SME
และเมื่อถามถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับนโยบายที่ใช้แรงจูงใจลักษณะการชิงโชค นางสาวศิริกัญญา ย้ำว่า หวยใบเสร็จ ไม่ใช่เพียงการ “กระตุ้นยอดขายชั่วคราว”แต่เป็นการสร้าง "แต้มต่อ" ให้ SME สามารถยืนระยะสู้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้ โดยความคุ้มค่าสูงสุดไม่ได้วัดเพียงเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระยะสั้น แต่คือการได้มาซึ่ง "ฐานข้อมูล (Data)" นั้นมองว่าสำคัญกว่า
"ต้องยอมรับความจริงว่า ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีฐานข้อมูล SME ที่ละเอียดและแม่นยำ ตัวเลข 3 ล้านรายที่เราใช้กันอยู่เป็นเพียงการประมาณการจากการสำรวจเท่านั้น ส่งผลให้ที่ผ่านมาภาครัฐใช้เงินช่วยเหลือไม่ตรงเป้ามาเป็นเวลานาน การมีฐานข้อมูลจริงจะช่วยให้เราปรับปรุงและพัฒนา SME ให้เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยได้อย่างแท้จริง"
นางสาวศิริกัญญา ยังได้วิเคราะห์ถึงความเสี่ยงในการบริหารจัดการฐานข้อมูล SME โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับที่รัฐบาลต้องเผชิญและหาทางแก้ไข คือ แน่นอนว่าคงความเสี่ยงด้านแรงจูงใจ หากสิทธิประโยชน์ไม่ดึงดูดใจพอ SME อาจไม่ต้องการเข้าร่วมระบบ ซึ่งพรรคพยายามปิดจุดอ่อนด้วยการปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้เอื้อต่อรายย่อยมากที่สุด
และความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) หากระบบมีจุดรั่วไหล จะทำลายความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทันที รัฐจึงต้องลงทุนในระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงความเสี่ยงด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Interoperability) ข้อมูลต้องสามารถถ่ายโอนระหว่างสถาบันการเงินได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อนำไปสู่วิเคราะห์ความเสี่ยงและคิดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม
ดังนั้น ระบบที่ออกแบบมาต้องมีทั้งเสถียรภาพ ความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือต้องให้สิทธิ์ SME เป็นเจ้าของข้อมูลของตนเอง เพื่อให้เกิดความร่วมมือและทำให้ฐานข้อมูลนี้สร้างประสิทธิภาพสูงสุดแก่เศรษฐกิจในระยะยาว
หวยใบเสร็จ VS แจกเงินคนละล้าน 9 คน
ขณะเดียวกัน นางสาวศิริกัญญา ได้ให้สัมภาษณ์ในเชิงเปรียบเทียบระหว่างนโยบาย "หวยใบเสร็จ" ของพรรคประชาชน กับแนวคิดการสร้างเศรษฐีเงินล้านลุ้นรางวัลของพรรคเพื่อไทยที่ใช้ฐานจากการออกใบเสร็จเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า แม้ทั้งสองนโยบายจะใช้กลไกแรงจูงใจในการเสี่ยงโชคที่คล้ายคลึงกัน แต่มีจุดแตกต่างที่มีนัยสำคัญต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
พร้อมวิเคราะห์ว่า จุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ เงื่อนไขของใบเสร็จ โดยนโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้นสามารถใช้ใบเสร็จได้ทั่วไปโดยไม่มีขั้นต่ำ และไม่ได้จำกัดเฉพาะร้านค้ารายเล็กหรือผู้ประกอบการ SME เท่านั้น ซึ่งจุดนี้ทำให้มองได้ว่าเป้าหมายของพรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การดึง SME เข้าสู่ระบบภาษีอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรรางวัลในส่วนอื่นๆ ของพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่านอกจากการให้รางวัลแก่ผู้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว ยังมีการขยายผลไปสู่กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาสาสมัคร และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งในเชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจยังไม่ชัดเจนว่าจะสร้างแรงจูงใจที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตหรือการเข้าระบบข้อมูลได้อย่างไร
นางสาวศิริกัญญา ย้ำว่า ความสำเร็จของนโยบายไม่ได้จบลงแค่การสร้างแรงจูงใจให้คนเข้ามาลุ้นรางวัล แต่อยู่ที่รายละเอียดในการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง และที่สำคัญที่สุดคือแผนงานหลังจากที่ผู้ประกอบการเข้ามาอยู่ในระบบแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อเพื่อส่งเสริมให้พวกเขาเติบโต
สุดท้ายต้องกลับไปตั้งคำถามกับพรรคเพื่อไทยว่า ได้วางแผนไว้อย่างครบถ้วนตลอดทั้งกระบวนการแล้วหรือไม่ ว่าเมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว หรือเมื่อดึงคนเข้าสู่ระบบได้แล้ว จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับมหภาคได้อย่างไรที่เป็นรูปธรรม
พีพีทีวี
ศิริกัญญา ตันสกุล
ปลุกชีพเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 ของเอเชียอีกครั้ง
นางสาวศิริกัญญา ยังได้ระบุถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยท่ามกลางสภาวะ ที่เผชิญทั้งปัญหาการเติบโตต่ำ ตลาดทุนซบเซา และขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง โดยระบุว่า กุญแจสำคัญที่จะนำประเทศไทยไปสู่การเป็นเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 ของเอเชียอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างมียุทธศาสตร์
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของพรรค ชี้ให้เห็นว่า แม้ตัวเลขการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านบีโอไอจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในทุกปี แต่ประเทศไทยกลับไม่ได้อยู่ในสถานะแหล่งดึงดูดหลักของภูมิภาคอีกต่อไป นโยบายของพรรคประชาชนจึงจะเปลี่ยนจุดเน้นจากการพิจารณาเพียง "จำนวนเงิน" ไปสู่การให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของเทคโนโลยี" ที่จะเข้ามา
ที่สำคัญคือต้องไม่ใช่การปล่อยให้เข้ามาลงทุนในรูปแบบเดิม แต่รัฐบาลต้องสร้างกลไกที่บังคับให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ลงไปสู่ซัพพลายเชนภายในประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์จากการเข้ามาของทุนต่างชาติอย่างแท้จริง
ดังนั้น พรรคประชาชนจึงเสนอการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยจะไม่จำกัดอยู่เพียงภาพกว้างหรือการหาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Product Champion) แต่จะมุ่งเน้นไปที่การสร้าง "Component Champion" หรือการเป็นผู้นำด้านชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ ซึ่งพรรคได้วางกลไกใน 3 ส่วนหลัก ที่ครอบคลุม
ตั้งแต่ Power Semiconductor มุ่งเน้นชิปควบคุมกำลังไฟฟ้า ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคพลังงานสะอาด โดยยืนยันว่าไทยจะไม่แข่งผลิตนาโนชิปแบบไต้หวันซึ่งก้าวข้ามขีดความสามารถที่ไทยจะตามทันไปแล้ว / Photonic เทคโนโลยีเกี่ยวกับแสงและการส่งผ่านข้อมูล และ Sensor ชิ้นส่วนอัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่
นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า เมื่อไทยสามารถผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้ได้ จะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีอยู่เดิมในประเทศ ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีใหม่เข้ากับฐานการผลิตเดิม
และเพื่อให้ยุทธศาสตร์นี้เกิดขึ้นจริง พรรคประชาชนเสนอให้ปรับปรุงวิธีการส่งเสริมการลงทุน โดยจะไม่พึ่งพาเพียงสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเดิม แต่จะใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ทั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อใช้อุดหนุนโดยตรงไปยังอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ในไทย และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่จะใช้เม็ดเงินจากภาครัฐในการเป็นดีมานด์นำร่อง เพื่อสร้างตลาดให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเติบโตและตั้งตัวได้ในช่วงแรก
ยุทธศาสตร์นี้จำเป็นจะต้องมีการดำเนินการ ด้วยความมุ่งมั่นทางการเมือง ไม่อย่างนั้นคงจะเป็นเหมือนที่ผ่านๆมา ที่ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเราจะต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมอะไรจริง แต่ขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนจากทางภาครัฐ
พีพีทีวี
ศิริกัญญา ตันสกุล
มั่นใจไทยยังเป็น Middle Power
ส่วนแนวทางที่ประเทศไทยควรจะเตรียมตัว รองรับกับระเบียบโลกใหม่ ทั้งเรื่องของการเมืองเรื่องของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างนั้น นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า หากวิเคราะห์ถึงทิศทางของประเทศไทยภายใต้ระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง ก็ยังยืนยันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงจุดยืนในฐานะ "มหาอำนาจกลาง" หรือ Middle Power ที่มีบทบาทนำ เพื่อไม่ให้ถูกโดดเดี่ยวหรือกลายเป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากโจทย์การเมืองโลก
แม้ในปัจจุบันประเทศไทยจะดูเหมือนเผชิญกับข้อจำกัดมากมาย แต่ด้วยขนาดเศรษฐกิจและศักยภาพจากการรวมกลุ่มของอาเซียน ไทยยังคงมีสถานะเป็น Middle Power ที่เข้มแข็งได้ หากยอมรับในศักยภาพของตนเองและกล้าที่จะแสดงบทบาทนำ พร้อมยกคำกล่าวของ มาร์ก คาร์นีย์ ที่ระบุว่า "หากเราไม่ไปอยู่บนโต๊ะเจรจา เราก็จะกลายเป็นเมนูอาหารของพวกเขา" เพื่อชี้ให้เห็นว่าไทยต้องใช้กลยุทธ์เชิงรุกในการร่วมมือกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจกลางอื่นๆ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองท่ามกลางความผันผวนของมหาอำนาจโลก
ในส่วนความร่วมมือระดับภูมิภาค นางสาวศิริกัญญา ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการรวมกลุ่มของอาเซียนอาจไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังในหลายกรณี แต่ไทยยังไม่สามารถละทิ้งแนวทางนี้ได้ ขณะเดียวกันต้องเร่งผลักดันเขตการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะกับสหภาพยุโรป (EU) เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
ซึ่งจากที่ตนเองเคยพูดคุยกับตัวแทนด้านการค้าของ EU ก็ทำให้เห็นว่า ปัจจุบันความสำคัญของไทยในสายตาโลกลดลง โดยยุโรปหันไปให้ความสำคัญกับอินเดียมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างอำนาจต่อรอง โดยยึดถือระเบียบโลกบนพื้นฐานกฎเกณฑ์ (Rules-based Order) เป็นหลัก เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในประเด็นสำคัญของโลก เช่น ความมั่นคงทางเทคโนโลยี (Security), ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และทรัพยากรแรร์เอิร์ธ (Rare Earths) เพื่อให้ไทยมีตัวตนมากขึ้น
สำหรับแผนการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม พรรคประชาชน เสนอแนวคิดการวางกลยุทธ์ "Look North, Go South" เพื่อสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่กับกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก ทั้งญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน
โดยมองว่า ประเทศไทยต้องไม่หยุดอยู่แค่การเป็นฐานการผลิตหรือผู้รับเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวางตัวเป็นพันธมิตรที่แสวงหาความร่วมมือเพื่อนำพาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาประเทศ ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ไทยฝ่ากระแสคลื่นลมที่รุนแรงของภูมิรัฐศาสตร์โลกไปได้
หากจะต้องมีกลยุทธ์ เราก็เรื่องของการที่วางกลยุทธ์เรื่องของLook North, Go South ที่จะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ใหม่กับประเทศเอเชียตะวันออกด้วย ไม่ใช่ไปในฐานะของผู้รับเงินลงทุนอย่างเดียว หรือเป็นฐานการผลิตอย่างเดียว แต่ต้องสอนแสวงหาความร่วมมือที่จะนำพาเทคโนโลยีใหม่ใหม่ กับทั้งทางญี่ปุ่นจีน หรือว่าทางไต้หวันเองด้วย เพื่อที่จะสามารถฝากครื่นลมที่มันรุนแรงในช่วงนี้ไปได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB