เช็กผักราคาสูง ก่อนเทศกาลกินเจ 9-18 ต.ค. รัฐแก้เกมดีมานด์พุ่ง!
น้ำลดไม่ได้แปลว่าผักจะถูกลงทุกตัว! แม้หลายรายการเริ่มมีราคาลดลง แต่ผักบางชนิดยังสูงจากผลผลิตเสียหายและการขนส่ง ขณะที่เทศกาลกินเจ 9–18 ต.ค. กำลังเพิ่มแรงกดดันด้านความต้องการ
น้ำลดไม่พอ ผักต้องถึงตลาด! เช็กผักแพง ก่อนเจนี้ดีมานด์พุ่ง
น้ำท่วมอาจเริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่ แต่สำหรับตลาดผัก “น้ำลด” ยังไม่เท่ากับปัญหาจบ เพราะโจทย์สำคัญ คือ ผักจะกลับเข้าสู่ตลาดได้เร็วแค่ไหน และมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการหรือไม่
ช่วงที่ผ่านมา ฝนตกหนักและน้ำท่วมกระทบพื้นที่เพาะปลูกสำคัญทั้งภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง โดยเฉพาะผักใบที่ได้รับความเสียหายจากฝนต่อเนื่อง ขณะที่การขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้นยังส่งผลต่อคุณภาพสินค้า และเป็นอีกแรงกดดันต่อราคา
ผักเริ่มกลับมา แต่ราคายังไม่เท่ากัน
สัญญาณล่าสุดจากตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นแหล่งกระจายผักรายใหญ่ พบว่า ราคาผักหลายรายการเริ่มลดลง หลังปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
- กะหล่ำปลีเขียว จากสูงสุด 12 บาท เหลือ 8 บาท/กก.
- พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท เหลือ 42 บาท/กก.
- พริกจินดาแดง จาก 50 บาท เหลือ 40 บาท/กก.
- ผักกาดขาว (ลุ้ย) จาก 18 บาท เหลือ 17 บาท/กก.
- โหระพา จาก 170 บาท เหลือ 150 บาท/กก.
ส่วนผักที่ราคายังต้องจับตา โดยเฉพาะกลุ่มผักใบและลำต้นอ่อน แม้บางรายการจะเริ่มลดลง แต่ยังอยู่ในระดับสูง เช่น ต้นหอม 130 บาท/กก. และใบกะเพรา 120 บาท/กก.
ขณะที่ ใบแมงลักอยู่ที่ 140 บาท/กก. และยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในแหล่งผลิตหลัก
ภาพนี้จึงสะท้อนว่า ปัญหาผักแพงเริ่มผ่อนคลาย แต่ยังไม่จบทุกตัว
เกมแก้ผักแพง ไม่ใช่แค่เพิ่มผลผลิต แต่ต้อง “เติมให้ถึงตลาด”
กรมการค้าภายในจึงเร่งบริหารจัดการด้านปริมาณ โดยเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ ทั้ง ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง
หากพื้นที่ใดมีปัญหาน้ำท่วมขังหรือมีอุปสรรคในการขนส่ง กรมฯ จะประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าไปช่วยแก้ไข เพื่อให้ผักสามารถออกจากแหล่งผลิตและกระจายเข้าสู่ตลาดได้ต่อเนื่อง
เพราะในสถานการณ์ที่ผลผลิตบางพื้นที่เสียหาย “ของมีไม่พอ” เป็นปัญหาหนึ่ง แต่ “ของไปไม่ถึงตลาด” ก็เป็นอีกปัญหาที่ทำให้ราคาตึงตัวได้
โจทย์ใหญ่กำลังมาถึง “เทศกาลกินเจ”
แรงกดดันต่อราคาผักยังต้องจับตา เพราะเทศกาลกินเจปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่าง 9–18 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการผักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่ตลาดต้องรับมือไม่ใช่แค่ผลกระทบจากน้ำท่วม แต่คือการทำให้ ปริมาณผักเพียงพอ + การขนส่งไม่สะดุด + ราคาสะท้อนต้นทุนอย่างเหมาะสม ก่อนที่ความต้องการจะเพิ่มขึ้น
กรมการค้าภายในระบุว่าจะติดตามทั้งปริมาณ ราคา และการกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสอบการปิดป้ายราคาและเครื่องชั่ง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค
ส่วนประชาชนที่ต้องการซื้อสินค้าในช่วงนี้ จึงอาจต้องจับตาเป็นรายชนิด เพราะแม้ราคาผักหลายตัวเริ่มลดลงแล้ว แต่ ผักบางรายการยังมีแรงกดดันจากผลผลิตที่เสียหายและปริมาณที่เข้าสู่ตลาดไม่เต็มที่
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB