ธนาคารกลางจีนลดดอกเบี้ยเงินกู้ หวังฟื้นเศรษฐกิจ-ภาคอสังหาฯ
ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) หวังพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว และบรรเทาวิกฤตตลาดอสังหาริมทรัพย์
วันนี้ (22 ส.ค.) ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) หรือธนาคารกลางจีน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีลง 0.05% จาก 3.7% เหลือ 3.65% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีลง 0.15% จาก 4.45% เหลือ 4.30%
อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีของจีนเป็นดัชนีชี้วัดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ภาคเอกชน ส่วนอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเป็นดัชนีวัดอัตราดอกเบี้ยภาคครัวเรือน ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเพื่อการกู้จำนอง
นักเศรษฐศาสตร์ชี้ เศรษฐกิจจีนชะลอตัว-อ่อนแอ หั่นดอกเบี้ยช่วยได้ไม่มาก
ความเคลื่อนไหวนี้ของธนาคารกลางจีน เศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัวอย่างหนักหน่วงจากการระบาดของโควิด-19 และนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero COVID) ที่เข้มงวด รวมถึงการทรุดตัวอย่างหนักของภาคอสังหาริมทรัพย์
โดยการหั่นดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีและประเภท 5 ปีนี้ เป็นไปเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว และหนุนอุปสงค์การกู้ยืม รวมถึงบรรเทาวิกฤตตลาดอสังหาริมทรัพย์
การปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR เป็นการดำเนินการล่าสุดที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยภาคอสังหาริมทรัพย์จีน โดยไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางจีนเพิ่งประกาศเสนอเงินกู้พิเศษผ่านธนาคารเฉพาะกิจ เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ที่หยุดชะงักจะเสร็จส่งถึงมือลูกค้า
วิกฤตการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในเศรษฐกิจจีน เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการล็อกดาวน์โควิด-19 ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้ซื้อบ้านที่พักอาศัยหลายแสนรายประท้วง และภาคครัวเรือนจำนวนมากกำลังหันไปออมเงินและหลีกเลี่ยงการก่อหนี้
บลูมเบิร์กประเมินว่า ในขณะที่ต้นทุนการกู้ที่ต่ำลงสามารถช่วยกระตุ้นความต้องการสินเชื่อ แต่ก็ไม่น่าจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่ตกต่ำลงอย่างมาก
มีการประเมินอีกว่า ธนาคารน่าจะมีเงินสดจำนวนมาก แต่ไม่เต็มใจหรือพบว่าเป็นการยากที่จะจัดหาเงินทุนให้กับโครงการต่าง ๆ และความต้องการสินเชื่อยังคงลดลงอย่างรวดเร็วในเดือน ก.ค. ทำให้นักเศรษฐศาสตร์บางคนเตือนว่า อาจเกิด “กับดักสภาพคล่อง” ในประเทศจีน คือภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำไม่สามารถกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจได้
เชียนา เยว่ นักเศรษฐศาสตร์ของจีนจาก Capital Economics กล่าวว่า “การปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี บ่งชี้ว่า ธนาคารกลางจีนมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นพิเศษ”
เธอเสริมว่า “ความอ่อนแอในปัจจุบันของอุปสงค์สินเชื่อสะท้อนถึงการสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความไม่แน่นอนที่เกิดจากการหยุดชะงักการดำเนินงานซ้ำ ๆ จากกลยุทธ์ปลอดโควิดของจีน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดายด้วยนโยบายการเงิน”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนเพิ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีน ลง 0.10% มาอยู่ที่ 2.75%
“เราคาดว่าจะธนาคารกลางจีนจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.1% ในปีนี้” เยว่กล่าว
เธอเสริมว่า “ธนาคารกลางยังมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมให้ธนาคารต่าง ๆ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารกลางจีนยังคงไม่เต็มใจที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อจะชะลอตัวลงก็ตาม ดังนั้นเราจึงคิดว่าการสนับสนุนเพิ่มเติมใด ๆ จะไม่เพียงพอต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจได้อย่างแข็งแกร่ง”
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ปีนี้จีนจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปี 5.5% ได้ หลังครึ่งปีรกที่ผ่านมามีการเติบโตเพียง 2.5% เท่านั้น และคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนปีนี้จะอยู่ที่ระหว่าง 2.8-3.5% เท่านั้น
อย่าเชื่อ! เกิดพายุ 9 ลูกเข้าไทย ทำฝนหนัก - น้ำท่วมประเทศ
เปิดโปรแกรม "วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย" ลุยศึก เอวีซี คัพ 2022
เรียบเรียงจาก Bloomberg / SCMP
ภาพจาก AFP
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB