ค่าเงินบาทเช้านี้ "อ่อน" จากปัจจัยเดิม "เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย 0.75%"
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ ที่ระดับ 36.42 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่า” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 36.30 บาทต่อดอลลาร์ ตลาดเงินผันผวนก่อนประชุมเฟด
ตลาดเงินผันผวน หลังจากธนาคารกลางหลายแห่งเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และนักลงทุนยังเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.นี้
ขณะที่ค่าเงินบาทมีทิศทางกลับมาแข็งค่าจากเงินไหลเขาตลาดหุ้นและพันธบัตร อีกทั้งตลาดรับข่าวเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว ทำให้ขาขึ้นของดอลลาร์ไปได้จำกัด โดยกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.30-36.50 บาท/ดอลลาร์
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้ (12 ก.ย.)
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของบรรดาธนาคารกลางหลัก ยังคงส่งผลให้ตลาดการเงินอยู่ในภาวะผันผวนสูงต่อเนื่อง ส่วนในสัปดาห์นี้ ตลาดจะรอจับตารายงานเงินเฟ้อทั่วไป CPI สหรัฐฯ และเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะกลาง เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
รายงานเงินเฟ้อทั่วไป CPI เดือนสิงหาคม โดยตลาดคาดว่า การปรับตัวลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในเดือนสิงหาคม จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจชะลอลงสู่ระดับ 8.1% จาก 8.5% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI อาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 6.1% ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของค่าเช่า รวมถึงราคาค่าบริการต่างๆ ตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ใช้จ่ายในภาคบริการมากขึ้นและมากกว่าการซื้อสินค้า
คาดว่า แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะชะลอลง แต่โดยรวมอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังปรับตัวสูงขึ้นและยังได้แรงหนุนจากภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและตึงตัวอยู่ ทำให้เฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย +0.75% ได้ในการประชุมเดือนกันยายน ก่อนที่เฟดอาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้ หากเงินเฟ้อส่งสัญญาณชะลอลงและเศรษฐกิจโดยรวมชะลอลงมากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามรายงานเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง (5yr Inflation Expectations) ที่จะเปิดเผยพร้อมรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัย Michigan (UofM Consumer Sentiment) ซึ่งหากเงินเฟ้อคาดการณ์ไม่ได้เร่งขึ้นทะลุระดับ 2.9% ไปมาก เฟดก็อาจไม่ได้จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงมากขึ้น หรือ ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ต่อเนื่องในทุกการประชุมที่เหลือ
สำหรับค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางเงินดอลลาร์ แต่เงินบาทได้แรงหนุนจากฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ โดยเริ่มเห็นการกลับเข้ามาซื้อหุ้นและบอนด์ในท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้หรือแกว่งตัว Sideways ในระยะสั้น หลังสัญญาณเชิงเทคนิคัล “Bearish Divergence” ของ RSI มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยตลาดรับข่าวการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปมากแล้ว
ดีเกินคาด ! ยอดจอง Toyota Yaris ATIV ใหม่ 1 เดือน ทะลุ 2 หมื่นคัน
ไทยขายข้าวให้อิรักเพิ่มเดือนละ 1 แสนตัน ดันยอดส่งออกรวม 7.5 ล้านตันตามเป้า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB