เงินบาทแข็งแตะ 32.90 จับตา Fed-ทองคำ-ตะวันออกกลาง เขย่าทิศทางต่อ
เงินบาทเปิดเช้านี้ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น หลังดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่ตลาดลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ เหลือราว 33%
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.01 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทะลุโซนแนวรับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ จนเข้าใกล้โซนแนวรับถัดไปในช่วง 32.85 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.88-33.03 บาทต่อดอลลาร์)
ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (สวนทางกับคาดการณ์ของเราในวันก่อนหน้า) เข้าใกล้โซน 155.30 เยนต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงเงินเยนญี่ปุ่นและแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งนำไปสู่การปรับลดสถานะ Short JPY (มองเงินเยนอ่อนค่าลง) เช่น การ Stop Loss/Cut Loss ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน จนช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม จากถ้อยแถลงของคณะกรรมการ FOMC ของ Fed อย่าง Christopher Waller ที่ระบุว่า “เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อสหรัฐฯ และจะรอจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนสิงหาคม โดยหากอัตราเงินเฟ้อไม่ได้ชะลอลง อาจพิจารณาโหวตขึ้นดอกเบี้ยได้” ซึ่งผู้เล่นในตลาดตีความว่า ถ้อยแถลงดังกล่าว ไม่ได้มีความ Hawkish มากเท่ากับถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed และคณะกรรมการ FOMC ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ เหลือราว 33%
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ยังได้หนุนให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ทว่า การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำได้ถูกชะลอลงบ้าง หลัง รายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.4 จุด ดีกว่าคาด อีกทั้งดัชนีราคายังปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 72.6 จุด สูงกว่าคาดเช่นกัน ส่วนเงินเยนญี่ปุ่นได้กลับมาอ่อนค่าลงบ้างเข้าใกล้โซน 156 เยนต่อดอลลาร์
บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมได้แรงหนุนจากการปรับลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหนุนการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth นำโดย Tesla +5.4%, Microsoft +2.7% ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดยังคงไม่รีบเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก เพื่อรอติดตามทั้ง สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 1.18% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดบวก 1.06% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 1.40%
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมย่อลงเล็กน้อย สู่โซน 4.76% หลังผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยลงบ้าง ตามถ้อยแถลงของคณะกรรมการ FOMC Christopher Waller ที่ไม่ได้ Hawkish มากเท่ากับบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ถูกชะลอลงโดยภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ และรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น และการปรับลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยของผู้เล่นในตลาด ทว่า การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ถูกชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มเติม อีกทั้ง สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 99.0 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.8-99.3 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ รวมถึงการปรับลดโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของผู้เล่นในตลาด ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ปรับตัวขึ้นเหนือโซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.80-33.00 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.90 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.00 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) หลังจากคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หากข้อมูลบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มลดลง
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.80 - 33.10 แนะนำ ทยอยซื้อ 32.80 ขาย 33.10
- EUR/THB 38.15 - 38.65 แนะนำ ทยอยซื้อ 38.15 ขาย 38.65
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB