เงินบาทแกว่งสองทาง! น้ำมัน-ดอลลาร์-ทองคำ เขย่าทิศทางค่าเงิน
ตะวันออกกลางเดือด! ดอลลาร์แข็ง กดเงินบาท! เปิดที่ 33.62 บาท/ดอลลาร์ เสี่ยงผันผวนสองทาง ลุ้นกรอบ 33.55–33.75 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบ Sideways แม้เงินบาทจะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบในช่วงแรก ทว่าความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานข่าวอิหร่านกลับมาโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันมากขึ้นอีกครั้ง
ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์ ได้ทยอยแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อเงินบาท ทั้งนี้เงินบาทยังพอได้แรงหนุนบ้าง หลังราคาทองคำ (XAUUSD) ยังพอมีจังหวะรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง ตามแรงซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน รวมถึงถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางเยอรมนี Joachim Nagel ที่ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของหนี้รัฐบาล กอปรกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างแรงจูงใจให้บรรดาธนาคารกลางทยอยสะสมทองคำมากขึ้น
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง ที่ระดับ 33.55-33.75 บาท/ดอลลาร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทอยยเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มผลประกอบการของบรรดาหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ทว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวม ทำให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 0.5% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดบวก 0.6% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 0.4%
ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ผันผวนในกรอบ 5.25%-5.30% ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนไปตามความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ไม่ได้ปรับเพิ่มโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ กอปรกับแรงซื้อ Buy on Dip บอนด์ระยะยาวของผู้เล่นในตลาด ยังคงช่วยจำกัดและชะลอการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้จะเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทว่า ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้กลับมาหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 101.9 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 101.7-102.1 จุด)
ทองคำ – ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวผันผวน ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายัง เงินดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ระยะยาวและราคาทองคำ
นอกจากนี้ ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทว่า ราคาทองคำยังพอได้แรงหนุนจากแรงซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาด กอปรกับถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางเยอรมนี ที่ระบุว่า หนี้รัฐบาลและความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น จะหนุนการสะสมทองคำของบรรดาธนาคารกลาง ทำให้โดยรวม ราคาทองคำสามารถทรงตัวแถวโซน 4,190 ดอลลาร์ต่อออนซ์
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงกลับมาร้อนแรงขึ้นในช่วงนี้ อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่เสี่ยงผันผวนสูง หากมีการเข้าแทรกแซงค่าเงิน หรือแม้จะมีการทำ Rate Check ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนมีการเข้าแทรกแซงค่าเงิน
Krungthai Global Markets มองเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.62 บาท/ดอลลาร์แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.64 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากการย่อตัวลงของราคาน้ำมันโลก โดยล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 99 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) หลุด 89 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานการเพิ่มขึ้นของการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง รวมทั้งการที่กลุ่ม G7 ทำการระบายน้ำมันในคลังสำรอง ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลงด้วย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 5.256% หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2545 เมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.)
ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตารายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดประจำเดือนก.ย. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้
นอกจากนี้ ตลาดจับตาถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ซึ่งจะเข้าร่วมการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ในการประชุมประจำปี 2026 หรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 (AM2026) ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.2569
การกล่าวถ้อยแถลงของนายวอร์ชในวันที่ 16 ต.ค.ถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากวันที่ 17 ต.ค. เป็นวันที่เฟดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 27-28 ต.ค. 2569
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.50 - 33.80 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.50 / ขาย 33.80
- EUR/THB 37.60 - 38.10 แนะนำ ซื้อที่ 37.60 / ขาย 38.10
- JPY/THB 0.2100 - 0.2150 แนะนำ ซื้อที่ 0.2100 / ขาย 0.2150
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB