ลงทุนตราสารหนี้ ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้น เหตุเศรษฐกิจโลกยังเสี่ยง
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ชี้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว และเงินเฟ้อยังสูง มองปี 2566 ลงทุนตราสารหนี้รับอัตราผลตอบแทน 4% สูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งจะคุ้มค่ากว่าลงทุนตลาดหุ้นที่มีมูลค่าแพงอยู่
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในปี 2566 ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้มองว่า นโยบายการเงินยังอยู่ในโหมดเข้มงวด ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ในขณะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงและยังมีความเสี่ยงหลายด้าน
แม้ดอกเบี้ยอยู่ในขาขึ้น แต่ใกล้จุดสูงสุดแล้ว ธนาคารกลางส่วนใหญ่อาจจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน ในขณะที่การดูดสภาพคล่องออกจากระบบยังดำเนินต่อไปตลอดทั้งปี
ด้านเงินเฟ้อ คาดว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และจะเริ่มลดลงชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า แต่อัตราเงินเฟ้อในเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังทรงตัวอยู่เกินกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลาง ซึ่งทำให้ธนาคารกลางยังต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูง และไม่สามารถกลับมาลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้แม้เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง
ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอลงต่อ เนื่องจากผลของเงินเฟ้อสูงที่กดดันการบริโภค รวมถึงผลของการขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีนี้ ซึ่งกดดันภาคการลงทุน ในขณะที่การขาดแคลนพลังงานในยุโรป และนโยบายเศรษฐกิจที่เข้มงวดของจีน รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
จากสภาวะดังกล่าว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้มองว่า ตลาดตราสารหนี้ โดยเฉพาะพันธบัตรสหรัฐฯ จะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้น ซึ่งมีความเสี่ยงยังต่ำกว่ามาก โดยมองอัตราผมตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ระดับ 4% ในปัจจุบันนั้นเป็นให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ และได้สะท้อนแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (fed) ไปมากแล้ว
ทั้งนี้หาก เฟด ขึ้นดอกเบี้ยไปหยุดที่ 5% ในช่วงไตรมาส 1 ปี2566 ตามคาด Bond Yield อาจจะทรงตัวอยู่ระดับใกล้เคียง 4% ในช่วงปลายปี2565 ก่อนที่จะเริ่มปรับตัวลดลงในปีหน้าตามการทยอยลดลงของอัตราเงินเฟ้อ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า
ขณะที่ตลาดหุ้นแม้จะปรับฐานลงมามากกว่า 20% จากจุดสูงสุด แต่มูลค่าหุ้น (Valuation) ยังนับว่าไม่ได้ถูก โดยค่า P/E ของดัชนี S&P 500 ในปัจจุบันอยู่ที่ราว 15 เท่า ซึ่งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในช่วงปี 2003 - 2014 ที่ 14 เท่า ก่อนที่ภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยต่ำจะดันให้ตลาดขึ้นมาเทรดที่ค่าเฉลี่ย P/E 18 เท่าในช่วงปี 2015 - 2021
นอกจากนี้ หากเทียบกับจุดต่ำสุดของตลาดหมี (Bear Market) ในอดีตที่ P/E เฉลี่ย 13 เท่า ตลาดหุ้นก็อาจมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลงได้อีก หากมีปัจจัยเสี่ยงเข้ามากระทบ
ดังนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ จึงแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและยังมีความเสี่ยงหลายด้าน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB