ราคาทองวันนี้ ปิดตลาดราคาทองปรับเพิ่มขึ้น 1,350 บาท จากวันก่อนหน้า
ราคาทองวันนี้ ปิดตลาดราคาทองปรับเพิ่มขึ้น 1,350 บาท จากวันก่อนหน้า ด้าน YLG ชี้ ไตรมาส 4 ทองคำยังรักษาเทรนด์ขาขึ้น คงเป้าหมาย 4,400 ดอลลาร์
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน ปิดตลาดราคาทองปรับเพิ่มขึ้น 1,350 บาท จากวันก่อนหน้า
- ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 64,650.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 64,750.00 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 63,353.64 บาท/บาททองคำ และขายออก 65,550.00 บาท/บาททองคำ
- ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 16,988 บาท
- ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 33,175 บาท
- ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 8,894 บาท
- ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 131,100 บาท
- ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 327,750 บาท
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 4,237.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 32.30 บาท/ดอลลาร์
YLG ชี้ ไตรมาส 4 ทองคำยังรักษาเทรนด์ขาขึ้น คงเป้าหมาย 4,400 ดอลลาร์
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าทองคำยังได้รับแรงหนุนจากธนาคารกลางจีน (Public Bank of China) ที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมาว่าได้เพิ่มการถือครองทองคำขึ้นเป็น 74.09 ล้านทรอยออนซ์ ในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ถือครองอยู่ที่ 74.06 ล้านทรอยออนซ์ และเป็นการเข้าซื้อต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน สะท้อนว่าความต้องการทองคำของเหล่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งสอดรับกับกระแสลดการพึ่งพาดอลลาร์ (de-dollarization) เป็นส่วนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเร่งตัวของแรงซื้อทองคำจากบรรดาธนาคารกลางทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง นับจากปี 2565 – 2567 ธนาคารกลางเข้าซื้อทองคำมากกว่า 1,000 ตันต่อปี ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2553 -2564 ที่ 478 ตันกว่า 2 เท่า
นอกจากนี้ทองคำยังมีปัจจัยบวกสำคัญที่จะสนับสนุนให้ภาพใหญ่ยังเป็นขาขึ้น คือ แนวโน้มเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ย ซึ่งประเด็นนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคให้เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยลงทุนในการฝากเงินมาสู่การซื้อทองคำแท่งทั้งรูปแบบกายภาพและผ่านระบบออนไลน์
รวมถึงการซื้อทองคำผ่านตลาดฟิวเจอร์ส เนื่องจากทองคำที่เป็นสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายดอกเบี้ยขาลง นอกจากนี้ การประกาศยุติมาตรการ “คุมเข้มเชิงปริมาณ” หรือ Quantitative Tightening (QT) ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม นั้นถือเป็นการดำเนินนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายลงเช่นกัน
จากปัจจัยสนับสนุนจึงคาดว่าในไตรมาส 4/2568 ทิศทางทางคำจะยังคงรักษาเทรนด์ขาขึ้นไว้ได้ต่อไป แม้ว่าระยะสั้นจะเกิดแรงขายทำกำไรเนื่องจากเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาราคาปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก โดยมองแนวรับสำคัญที่ 4,015-3,991 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หากสามารถยืนเหนือแนวรับนี้ได้จะเป็นสัญญาณที่ดี โดยวายแอลจียังมองว่าปีนี้ทองคำจะยังไปถึงเป้าหมาย 4,380-4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ คาดว่ามีโอกาสไปถึง 67,000-67,500 บาทต่อบาททองคำ โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 61,600-61,200 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB