เปิด 4 ฉากทัศน์ผลกระทบ “กรีนแลนด์” แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Risk-off
Krungthai CIO เปิด 4 ฉากทัศน์ผลกระทบ “กรีนแลนด์” ชี้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กำหนดทิศทางตลาดโลกผันผวน แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Risk-off
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีของสหรัฐฯ ในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ พร้อมขู่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศในยุโรป หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนผันผวนในระยะแรก
ต่อมาตลาดจะเริ่มฟื้นตัว ตอบรับข่าวสหรัฐฯ และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) บรรลุ “กรอบของข้อตกลง” เกี่ยวกับอนาคตกรีนแลนด์ได้ รวมถึงการยกเลิกแผนการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากยุโรป
ซึ่งช่วยคลายแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น แต่ด้วยประเด็น กรีนแลนด์ นี้ Krungthai CIO ยังประเมินถึงความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดโลกต้องจับตา โดยเปิด 4 ฉากทัศน์กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดโลก คือ
ฉากทัศน์ที่ 1 : บรรลุข้อตกลงโดยสันติ สหรัฐฯ สามารถครอบครองกรีนแลนด์ได้ โดยไม่ใช้กำลังทางทหาร ช่วยเสริมความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์และการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ อาจส่งผลบวกต่อภาคธุรกิจสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปได้รับผลกระทบอย่างจำกัด
ฉากทัศน์ที่ 2 : อิทธิพลเพิ่มขึ้นผ่านการทูต กรีนแลนด์เข้ามาอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ มากขึ้น ผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง ส่งผลให้ยุโรปเร่งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม กลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้อานิสงส์เชิงบวก แต่ความเสี่ยงด้านฐานะการคลังของยุโรปเพิ่มสูงขึ้น
ฉากทัศน์ที่ 3 : การเจรจายืดเยื้อ-ความขัดแย้งแฝง การเจรจาไม่มีข้อยุติ ประเทศยุโรปตอบสนองแตกต่างกัน แม้ไม่ใช้กำลังทหารโดยตรง แต่ความตึงเครียดด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปเผชิญแรงกดดัน ตลาดการเงินผันผวนสูงและเคลื่อนไหวตามทิศทางนโยบายเศรษฐกิจเป็นหลัก
ฉากทัศน์ที่ 4 : ความรุนแรงสูงสุด สหรัฐฯใช้กำลังทางทหารในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญ Negative Macro Shock ขนาดใหญ่ สินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดันอย่างรุนแรง นักลงทุนมีแนวโน้มย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย และต้องอาศัยนโยบายเชิงรุกเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ
ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Risk-off
ดังนั้น Krungthai CIO มองว่า การปรับฐานของตลาดหุ้นโลกเป็นเพียง “Healthy Correction” และมีลักษณะของการหมุนกลุ่มลงทุน (Market Rotation) จากหุ้นขนาดใหญ่ที่มูลค่าเริ่มตึงตัว ไปสู่หุ้นกลุ่มอื่นที่ยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ มากกว่าการเข้าสู่ภาวะ Risk-off
สะท้อนจากจำนวนหุ้นใน ดัชนี S&P 500 ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลง ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ทยอยประกาศออกมายังคงแข็งแกร่ง ตอกย้ำว่าพื้นฐานของตลาดหุ้นยังอยู่ในทิศทางที่ดี
จังหวะตลาดอ่อนโอกาสทยอยสะสม (Buy on Dip)
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้น มองว่า จังหวะตลาดอ่อนตัวเป็นโอกาสในการทยอยสะสม (Buy on Dip) เน้นความสำคัญของการกระจายการลงทุน แนะนำการจัดพอร์ตแบบ “Barbell Strategy” โดยผสมผสานหุ้น กลุ่มเติบโต (Growth) กับ หุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) เพื่อเพิ่มความมั่นคงของพอร์ต และแนะนำลงทุนในทองคำ เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงและลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ตการลงทุน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB