เงินบาทผันผวน แตะอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ก่อนเลือกตั้งไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินบาทอ่อนค่าสุดรอบเกือบ 2 เดือน ก่อนฟื้นตัวปลายสัปดาห์ ขณะที่ดอลลาร์ฟื้น นักลงทุนจับตากาารเลือกตั้งไทย-ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่2-6 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า อ่อนค่าลงแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก รวมถึงการอ่อนค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังตลาดคลายความกังวลต่อประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลงบางส่วน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อนายเควิน วอร์ช เป็นประธานเฟดคนถัดไป แทนนายเจอโรม พาวเวล ที่จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้
ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก โดยอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 31.889 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ก่อนจะทยอยฟื้นตัวแข็งค่าขึ้นได้บางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับเงินเยนที่ได้แรงหนุนจากแรงซื้อคืนเพื่อปรับโพสิชันก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ อีกทั้งแรงขายในตลาดทองคำที่เริ่มชะลอลงช่วงท้ายสัปดาห์ ยังเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินบาทด้วย
สำหรับสัปดาห์วันที่ 9–13 กุมภาพันธ์ 2569 ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30–32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การตอบรับของตลาดต่อผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทย ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ข้อมูลตลาดแรงงานและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2568 ของยูโรโซน
ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยหนุนหลัก แม้ช่วงต้นสัปดาห์ดัชนีจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย ตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค จากความคาดหวังว่านายเควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ อาจยังไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย และมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นไทยกลับมาฟื้นตัวในเวลาต่อมา จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม ICT หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ออกมาดีกว่าคาด และมีการประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
แม้ดัชนีจะมีช่วงแกว่งตัวในกรอบแคบจากแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แต่ในช่วงท้ายสัปดาห์ดัชนีสามารถขยับขึ้นต่อเนื่อง จนแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ที่ 1,361.52 จุด จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
สำหรับสัปดาห์วันที่ 9–13 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยประเมินแนวรับของดัชนี SET ไว้ที่ 1,330 และ 1,305 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,375 และ 1,400 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อและตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ข้อมูลเงินเฟ้อของจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตของญี่ปุ่น และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ของยูโรโซน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB