เปิดยอดธุรกิจโรงแรมพุ่ง “ภาคใต้-เมืองรอง” โตสุด
SCB EIC วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจโรงแรมทั้งประเทศโตต่อเตื่องเนื่อง ปี 67 อัตราเข้าพักเพิ่มขึ้น 72% ราคาห้องเฉลี่ยโต 8% จาก นนท.ต่างชาติและไทยเที่ยวไทย
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC วิเคราะห์ เรื่อง HOTEL: INDUSTRY ANALYSIS AND OUTLOOK แนวโน้มธุรกิจโรงแรมภาพรวมมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ทั้งอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเติบโตของนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยปี 2024 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งประเทศคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 72% ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยเติบโตสูงกว่าปี 2019 ราว 8% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเดินทางเข้าไทยมาราว 36 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยราว 270 ล้านคน
ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโส SCB EIC กล่าวว่า ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 32 ล้านคน 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย
ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น เข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะไกลอย่างยุโรป และรัสเซีย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2024 มีโอกาสแตะ 36.2 ล้านคน สร้างรายได้ให้ภาคการท่องเที่ยวราว 1.7 ล้านล้านบาท.....ดร.กมลมาลย์ กล่าว
ข้อแตกต่าง ยาพาราเซตามอล และ ยาไอบูโพรเฟน แก้ปวดเหมือนกันแต่ใช้ต่างกัน!
ในปี 2025 คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ราว 39.4 ล้านคนใกล้เคียงกับปี 2019 จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ที่มีแนวโน้มเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น และการเติบโตของนักท่องเที่ยวชาติอื่น โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง รัสเซีย อิสราเอล และอินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพที่เติบโตสูง คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ภาคการท่องเที่ยวได้ราว 2 ล้านล้านบาท
ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวไทยยังเติบโตต่อเนื่อง โดยคนไทยมีแนวโน้มสนใจเดินทางไปเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) มากขึ้นตามมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของภาครัฐทั้งมาตรการลดหย่อนภาษีรวมถึงโครงการ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคเหนือหลังธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลให้ในปี 2024 นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยมีแนวโน้มเติบโตราว 9%YoY มาอยู่ที่ 270.2 ล้านคน
ในปี 2025 คาดว่าจะเติบโตชะลอตัวเล็กน้อยที่ 2%YoY มาอยู่ที่ 275.6 ล้านคน ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความเปราะบางของภาวะเศรษฐกิจในประเทศซึ่งจะส่งผลต่อการวางแผนท่องเที่ยวและการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว รวมถึงการเดินทางไปต่างประเทศของนักท่องเที่ยวไทยที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการฟรีวีซ่าและแพ็กเกจเที่ยวต่างประเทศราคาประหยัดที่ออกมาดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามธุรกิจโรงแรมยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากอุปทานห้องพักที่จะทยอยเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้อย่างภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และพังงา รวมถึงเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไทยอย่างน่าน เชียงราย และจันทบุรี.....ดร.กมลมาลย์ กล่าว
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ทำเลที่ตั้ง และความสามารถในการปรับตัว โดยธุรกิจโรงแรมที่มีศักยภาพในการเติบโต ได้แก่
- กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ตระดับบน และระดับลักชัวรี่ที่รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงอย่างเช่นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มเดินทางมาไทยมากขึ้น
- กลุ่มโรงแรมที่ตั้งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและกรุงเทพฯ รวมถึงกลุ่มโรงแรมและที่พักที่ตั้งในเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่ภาครัฐออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
- กลุ่มโรงแรมที่สามารถปรับตัวให้สอดรับกับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เช่น นักท่องเที่ยวกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียและอิสราเอลที่มีโอกาสเดินทางมากขึ้นจากผลกระทบของภาวะสงคราม, กระแสการใส่ใจสุขภาพผ่านเทรนด์ Wellness tourism และการท่องเที่ยวแบบ Workation จากการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม Digital nomad เป็นต้น
ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอีกปัจจัยกดดันของการดำเนินธุรกิจโรงแรมในปัจจุบัน หลายแห่งต่างนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้มากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้า เช่น การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน การนำระบบอัจฉริยะมาใช้ การเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้เข้าพักและ Suppliers ของโรงแรมมีส่วนร่วมในการก้าวสู่เป้าหมายแห่งความยั่งยืนร่วมกัน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB