รู้ชัด 8 “โรคผิวหนัง” กับวิธีดูแล ลาขาดปัญหาผิวในหน้าฝน
ปิดข้อมูล 8 โรคผิวหนังที่มากับฝน เตือนคนไทยระมัดระวังดูแลสุขภาพป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากปัญหากวนใจเหล่านี้
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่มาพร้อมกับความชุ่มฉ่ำคือปัญหาสารพัดที่อาจเกิดขึ้นกับผิวหนังของเรา เพราะหลังจากฝนตก ในสภาพอากาศที่อับชื้น ไม่ระบายอากาศถ่ายเท หรือน้ำที่ท่วมขังอยู่ตามพื้นถนน ทำให้เชื้อโรคบางอย่างเจริญเติบโตได้ดี และเมื่อสิ่งสกปรกเหล่านี้ถูกผิวหนังของเรา ก็อาจทำให้เกิดอาการคัน ติดเชื้อรา หรือติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังได้
ทีมข่าวนิวมีเดียพีพีทีวีจึงรวบรวมโรคผิวหนังที่ต้องระวังในฤดูฝน เพื่อให้ทุกคนได้ระมัดระวังตัวเอง จะได้ห่างไกลจากโรคผิวหนังที่กวนใจเหล่านี้
1. ผื่นผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา
- โรคเกลื้อน มีลักษณะเป็นผื่นวงกลมหลายวง มีขุยละเอียด สีแตกต่างกัน มักเกิดบริเวณลำตัว เช่น หลัง หน้าอก ท้อง ใหล่ คอ พบมากในผู้ที่มีเหงื่อออกมาก และใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น
- โรคกลาก มีลักษณะเป็นผื่นวงมีขอบเขตชัดเจน มีขุย เริ่มต้นด้วยอาการคัน ตามด้วยผื่นแดงต่อมาจะลามเป็นวงออกไปเรื่อย ๆ และมักจะคันมากขึ้น ส่วนใหญ่พบในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น หนังศีรษะ รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ ฝ่าเท้า และซอกนิ้วเท้า
2. ผื่นผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด
มีลักษณะเป็นผื่นแดงแห้ง ๆ ออกน้ำตาล มักเกิดในบริเวณอับชื้นซึ่งเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เช่น รักแร้ ขาหนีบ ฝ่าเท้า และซอกนิ้วเท้า
โรคที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ โรคเท้าเหม็น ที่เกิดจากการมีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบริเวณผิวหนังชั้นนอก มีอาการเท้าแห้งลอก เท้าจะมีกลิ่นรุนแรงมากกว่าปกติ มีหลุม รูพรุนเล็ก ๆ บริเวณฝ่าเท้าและง่ามเท้า
3. น้ำกัดเท้า
มีอาการระคายระคายเคืองผิวหนังจากความอับชื้น เมื่อสัมผัสสิ่งสกปรกบริเวณที่มีน้ำท่วมขังหลังฝนตก ทำให้เกิดผื่นตามเท้าและซอกนิ้วเท้า บางรายอาจมีอาการติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
4. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง พบมากขึ้นในช่วงฤดูฝน เนื่องจากอุณหภูมิและความชื้นของอากาศเปลี่ยนแปลงไป สังเกตจากมีผื่นแดง แห้งลอก มีอาการคันมากที่บริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา และซอกคอ
‘ตาแดง’ ติดเชื้อง่ายระบาดเร็ว โรคที่มักเจอในหน้าฝน
แนะนำ 8 สมุนไพรไล่ยุง พร้อมเผยวิธีการทำสเปรย์ตะไคร้หอม
5. ผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง
ในฤดูฝนจะมีการเพิ่มจำนวนของแมลงหลากหลายชนิด เช่น ยุง หมัด ไร ด้วงก้นกระดก หากสัมผัสอาจเกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้หากมีอาการแพ้รุนแรงควรพบแพทย์
6. รังแค
ส่วนใหญ่ของการเกิดรังแคบนหนังศีรษะ คือ “เชื้อรา” ที่เจริญเติบโตได้ดีในอากาศเปียกชื้น โดยเฉพาะในหน้าฝนที่หนังศีรษะมีโอกาสเปียกฝนได้ทุกเมื่อ ทำให้หลายคนจำเป็นต้องสระผมบ่อยขึ้นเพื่อชะล้างเอาสิ่งสกปรกต่างๆ ที่มากับฝนออกไป
แต่แค่เช็ดผมให้แห้งหรือปล่อยให้ผมแห้งเองนั้นอาจไม่เพียงพอ เพราะนั่นอาจเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อรา รังแค และหนังศีรษะได้ ทำให้มีอาการคัน ในบางรายที่รุนแรงรังแคจะมีสีเหลืองเป็นไข เกร็ดใหญ่ขึ้น ซึ่งเกิดจากต่อมไขมันของหนังศีรษะอักเสบ
7. หัดดอกกุหลาบ
โรคผื่นกุหลาบ เป็นโรคผิวหนังที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน เป็นโรคไม่ติดต่อมักเกิดเองโดยไม่มีสาเหตุ ในบางกรณีสามารถหายเองได้ มักเกิดในช่วงอายุ 10-35 ปี พบน้อยในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
โดยผื่นที่พบ เป็นสีชมพูหรือน้ำตาล อาจมีขอบยกเล็กน้อย หลายครั้งพบผื่นใหญ่นำมาก่อน ขนาดประมาณ 2-4 เซนติเมตร ตรงกลางของผื่นมีลักษณะมีขุยขนาดเล็ก มักเกิดบริเวณลำตัว บริเวณคอ แขน หรือขาส่วนบน
และในบางรายอาจมีอาการนำมาก่อนการเกิดผื่น เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ ปวดข้อ หรือ ปวดเมื่อย
8. งูสวัด
โรคงูสวัด เกิดจากเชื้อไวรัสเดียวกับโรคอีสุกอีใส เมื่อเป็นอีสุกอีใสหายแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท เมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอ ไวรัสจะกำเริบขึ้นมาได้อีก
เชื้อจึงออกมาลักษณะเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำ เรียงตัวเป็นเส้นตามเส้นประสาท มีอาการปวดแสบปวดร้อน ความรุนแรงขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย พบได้บ่อยตามลำตัว เอว หลัง รวมถึงบริเวณใบหน้า กรณีที่อันตรายอาจทำให้ถึงตาบอด
ทั้งนี้บางคนเมื่อหายแล้ว อาจมีอาการเส้นประสาทอักเสบได้อีกนาน ปัจจุบันจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ไว้ก่อนจะดีกว่า
การดูแลผิวหนังช่วงหน้าฝน
- ซักเสื้อให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง
- ไม่สวมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ เพื่อลดการอับชื้น
- หากตากฝน ควรสระผมและเป่าให้แห้งสนิทก่อนนอน
- กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค
- หากจำเป็นต้องย่ำน้ำ ควรสวมรองเท้าบูท หากต้องสัมผัสน้ำ ควรล้างเท้าด้วยน้ำสบู่และเช็ดให้แห้งทันที ถ้ามีแผลควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
แพทย์ผิวหนังชี้พักผ่อนน้อย เพิ่มความเสี่ยงเกิด "โรคงูสวัด"
8 พฤติกรรมเสี่ยง! ทำให้เกิดอาการ “ปวดหลังเรื้อรัง”
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์