เคล็ดไม่ลับ "ออกกำลังกาย" ให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงเกิดโรค
สถาบันโรคทรวงอก แนะการออกกำลังกายอย่างพอดีและเหมาะสม นอกจากจะสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ยังสามารถช่วยให้หัวใจแข็งแรงได้อีกด้วย
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการเลือกออกกำลังกายให้เหมาะสม นอกจากจะสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังสามารถช่วยให้หัวใจของเราแข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย
โดยการออกกำลังกายอย่างพอดีและเหมาะสม จะสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจ อาทิ
- โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
- กล้ามเนื้อหัวใจตาย
- ความดันโลหิตลดลง
- ลดการเกิดความดันโลหิตสูง
- เส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตัน
- ลดระดับคอเลสเตอรอล
- ป้องกันโรคเบาหวานและลดภาวะเครียด
นอกจากจะส่งผลดีต่อหัวใจแล้ว การออกกำลังกายยังมีประโยชน์ ต่อสุขภาพโดยรวม เพิ่มภูมิต้านทานโรค ลดไขมันในเลือด ทั้งยังสามารถช่วยให้นอนหลับสนิท ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย
นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพในผู้ป่วยโรคหัวใจ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการออกกำลังกายได้ โดยการเลือกออกกำลังกายที่เหมาะสม จะทำให้ผู้ป่วยมีหัวใจที่แข็งแรงขึ้น แต่ถ้าไม่เหมาะสมหรือมากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อหัวใจได้
โดยเราสามารถวางแผนก่อนการออกกำลังกายได้ ดังนี้
1. เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเอง เริ่มจากกิจกรรมเบาๆ เช่น ยืน เดิน แล้วค่อยๆเพิ่มเป็น แกว่งแขน เดินเร็ว วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ควรอบอุ่นร่างกาย และมีการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกายทุกครั้ง
2. ในระหว่างออกกำลังกายพยายามหายใจให้ปกติ ควรสังเกตการหายใจไม่ให้ติดขัด และสามารถพูดคุยได้โดยไม่เหนื่อยหอบ ไม่ควรออกกำลังกายหนักจนเกินไป แต่ควรเน้นที่ระยะเวลาในการออกกำลังกายที่เหมาะสม
3. ระยะเวลาอาจค่อยๆเริ่มจาก 5-10 นาที แล้วเพิ่มระยะเวลาขึ้นเรื่อยๆ และควรออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 20-30 นาที
4 เหตุผลสำคัญ ยิ่งออกกำลังกายหนัก ยิ่งต้องตรวจสุขภาพ
4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3-5 วัน/สัปดาห์
5. ไม่ควรออกกำลังกายหรือหยุดออกกำลังกายทันทีเมื่อมีอาการดังนี้ คือ เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหงื่อออกมาก มือเท้าเย็นซีด เหนื่อยผิดปกติ
ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรออกกำลังกายด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคส่งผลให้การดำรงชีวิตและการทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย