ฟื้นฟูอาการลองโควิด สมองถดถอยมีปัญหาด้านความจำและระบบประสาท
ลองโควิด คือ อาการหลังติดเชื้อโควิด19 มีทั้งอาการหนักและเบา และในบางรายอาจส่งผลต่อระบบประสาทและสมอง ซึ่งทำให้มีปัญหาด้านความจำและการตัดสินใจไม่เด็ดขาด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว
โควิด19 ยังอยู่กับเราจนกลายเป็นโรคประจำถิ่นหรือโรคประจำฤดู ซึ่งแม้การกลายพันธุ์เป็นโอมิครอนและสายพันธุ์ลูกหลายและทำให้ผู้ติดเชื้ออาการไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์ก่อนหน้าอีกทั้งคนส่วนมากมีภูมิทั้งจากการฉีดวัคซีนและภูมิธรรมชาติจากการติดเชื้อ แต่หากติดเชื้อโควิด19 อาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ซึ่งเมื่อหายจากโควิด19แล้วอาการต่อมาคือลองโควิด(Long COVID)หรือกลุ่มอาการเรื้อรัง
แนะอาหารผู้ป่วย "ลองโควิด" (Long COVID) เสริมวิตามินแร่ธาตุฟื้นฟูร่างกาย
ที่นอกจากจะส่งผลต่อร่างกายแล้วยังกระทบต่อระบบประสาทและสมองโดยตรงได้อีกด้วย โดยมีทั้งอาการไม่รุนแรงที่หายเองได้ และรุนแรงหนัก จนกลายเป็นภาวะสมองอักเสบ และหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันได้ลองโควิดกับอาการทางระบบประสาท
- มีปัญหาทางด้านความจำ
- ตัดสินใจไม่เด็ดขาด
- สมาธิไม่ดี สมาธิสั้น
- จิตใจล่องลอย ไม่สนใจสิ่งรอบตัว
- ปวดหัว
- ความคิดสับสน
- ภาวะสมองอักเสบ
- หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมถอยและสมองล้า
- มีการติดเชื้อระยะเฉียบพลันที่รุนแรง และมีภาวะสมองขาดออกซิเจน
- ผู้ป่วยมีโรคทางสมองอยู่เดิม เช่น หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก
- ผู้ป่วยมีอายุมาก(กลุ่ม608) และมีโรคร่วมหลายอย่าง
- ผู้ป่วยมีโรคร่วมทางจิตเวช เช่น ซึมเศร้า และวิตกกังวล
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อาการต้องระวังจากภาวะ "ลองโควิด" (Long COVID)
วิธีการดูแลและฟื้นฟูตนเองจากอาการลองโควิด แม้อาการ “สมองเสื่อมถอย” สามารถดีขึ้นเองได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่หากผู้ป่วยมีการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมและถือหลักดูแลตัวเองสายกลางจะสามารถเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- การกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ทำกิจกรรมที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นสมอง เช่น เล่นเกม ฝึกการคิดวิเคราะห์
- ทำงานอดิเรกที่สร้างความผ่อนคลาย เช่น เล่นดนตรี ปลูกต้นไม้ ทำสมาธิ
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือผู้สูงอายุที่มีโรคร่วมหลายอย่าง ควรกินยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ และติดตามการรักษาโรคที่เป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท