รู้ก่อนหาแนวทางรักษาก่อน! “ก้อนเนื้อในตับ” ปัญหาสุขภาพที่มองข้ามไม่ได้
อึดอัดท้อง น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหารรวมทั้งมีอาการตัวเหลืองเพิ่ม ชี้ให้เห็นว่าอาจมีความผิดปกติขึ้นกับตับของคุณหรือพบก้อนเนื้อในตับ รีบเช็กร่างกายก่อนสายไป
“ตับ” อวัยวะภายในที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่สะสมสารอาหาร น้ำตาล เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ รวมทั้งมีส่วนช่วยในการทำลายเชื้อแบคทีเรีย ขับสารพิษต่างๆ หรือเปลี่ยนสภาพยาที่กินเข้าไปเพื่อให้ออกฤทธิ์ ฉะนั้นหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับตับ นั้นก็อาจจะเป็นสัญญาณของโรคที่ร้ายแรงได้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวัง หากมี...ก้อนเนื้อในตับ
“ก้อนเนื้อในตับ”แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ- กลุ่มที่เป็นเนื้องอกที่ไม่ได้ลุกลามหรือมีการแพร่กระจาย
- กลุ่มที่เรียกว่ามะเร็ง
ส่วนสาเหตุของก้อนเนื้อในตับ
อาจเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากฮอร์โมน เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด ส่วนก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็งก็เช่นเดียวกัน คือ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด สำหรับประเทศไทยนั้นส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้แก่
- การดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งทำให้เป็นมะเร็งตับ
- เกิดจากการที่มีไวรัสตับอักเสบอยู่เดิม
- การบริโภคอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง
- ติดเชื้อพยาธิบางตัวที่ทำให้เกิดอาการอักเสบในท่อน้ำดีของตับเรื้อรัง เป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตัวเซลล์กลายเป็นมะเร็ง
อาการเริ่มต้นหากเป็นเนื้องอกแล้วส่วนใหญ่มักไม่ค่อยแสดงความผิดปกติ จนกระทั่งมีขนาดใหญ่มาก ก็จะเกิดความรู้สึกอึดอัด หรือหากไปเบียดท่อน้ำดีก็จะมีอาการตัวเหลือง
อาการของมะเร็งแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ
- มะเร็งกลุ่มที่เกิดจากแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ตับแข็งและกลายเป็นมะเร็ง กลุ่มนี้อาการหลักๆ มาด้วยการคลำเจอก้อน หรือรู้สึกอึดอัดจากก้อนเนื้อขนาดใหญ่ อาจพบได้จากการ check up
- ส่วนกลุ่มที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง
อาการเริ่มแรกจะไม่เฉพาะเจาะจง
- อาการเบื่ออาหาร
- อึดอัดแน่นท้อง
- น้ำหนักลด โดยไม่ทราบสาเหตุ
- บางกรณีที่ก้อนเนื้อจะมีขนาดใหญ่มากแต่ไม่ได้เป็นมะเร็ง คือเป็นเนื้องอกของเส้นเลือดที่ใหญ่มาก จนอาจจะไปเบียดกระเพาะ ท่อน้ำดี หรืออวัยวะใกล้เคียง ทำให้รู้สึกอึดอัด เพราะแน่นหายใจไม่ออกไม่สามารถกิน หรือนอนได้ตามปกติ
ตรวจคัดกรอง...ต้องเริ่มยังไง
พบกลุ่มที่เป็นมะเร็งได้ตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป ยกเว้นกรณีที่ติดเชื้อไวรัสมาตั้งแต่เด็กก็สามารถพบเจอในอายุน้อยลงได้ ส่วนในกลุ่มที่เป็นเนื้องอกทั่วไปนั้นสามารถพบเจอได้ทุกช่วงอายุ จึงต้องรับการตรวจคัดกรอง “การตรวจคัดกรองจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ เช่นเดียวกัน
กลุ่มที่มีอาการอึดอัดแน่นท้อง
- ควรจะตรวจพื้นฐานตั้งแต่แรกๆ เลย ด้วยการทำอัลตร้าซาวด์
- เช็คเลือดดูค่าตับ วิธีนี้ก็จะบอกได้คร่าวๆ หลายอย่าง
ส่วนที่ไม่มีอาการเลย ก็ต้องมาดูตัวเองว่ามีปัจจัยเสี่ยง เช่น
- ดื่มแอลกอฮอล์เยอะไหม มีไวรัสตับอักเสบหรือเปล่า
- ความเสี่ยงที่จะเกิดไขมันพอกตับ เช่น เป็นเบาหวาน มีภาวะอ้วน
แนะนำว่าควรจะทำ Screening ด้วยการอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบนทั้งหมด หรืออัลตร้าซาวด์ตับโดยตรง ไม่ต้องรอให้มีอาการ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบจะต้องอัลตร้าซาวด์อย่างน้อย ทุกๆ 6 เดือน
ตับแข็ง โรคที่เกิดจากไวรัสและพฤติกรรมการกิน - ดื่มของคุณเอง
ไม่อยากอาหาร ผอมเร็ว อ่อนเพลีย หนึ่งในสัญญาณ "โรคมะเร็งตับ"
วิธีการรักษาหากมีก้อนเนื้อในตับ
การรักษาในปัจจุบันด้วยวิธีการ X-ray คอมพิวเตอร์นั้นก็สามารถจะบอกได้ว่าก้อนเนื้อนั้นเป็นเนื้องอกทั่วไป หรือเป็นมะเร็ง
- กรณีที่เป็นเนื้องอกทั่วไป แพทย์ต้องมาดูว่าเนื้องอกชนิดนั้นสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นมะเร็งในอนาคตหรือไม่ พร้อมแนะนำการผ่าตัดรักษา หรือกรณีที่คนไข้ไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดแพทย์ก็จะทำการติดตามอาการ
- ส่วนก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็ง ขั้นตอนต่อไปแพทย์จะต้องประเมินว่าสามารถผ่าตัดได้ หรือไม่ ด้วยการพิสูจน์ชิ้นเนื้อ แต่ถ้าแพทย์ประเมินดูแล้วลงความเห็นว่าเป็นก้อนที่มีลักษณะคล้ายมะเร็ง ก็จะแนะนำการผ่าตัดให้คนไข้ เพราะหากเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจก่อนก็อาจจะทำให้เกิดการแพร่กระจายภายในช่องท้องได้เช่นกัน
ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอก หรือมะเร็งก็อย่ามัวแต่สงสัย ควรรีบไปปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก : โรงพยาบาลเปาโล