โรคไต ไม่กินเค็มแต่รักโซเดียมก็เสี่ยงได้ แนะวิธีป้องกันไตทำงานหนัก
ความเชื่อของเรามักคุ้นชินและติดหู จากการกินเค็มและเป็นโรคไต แต่ที่จริงแล้ว ไม่เค็มก็เสี่ยงโรคไตได้เพราะปัจจัยหลายอย่างที่กระตุ้นให้เกิด
“โรคไต” นับเป็นโรคที่มีอัตราผู้ป่วยมากขึ้นเป็นอันดับต้นๆของไทย และสามารถเพิ่มความเสี่ยงได้จากพฤติกรรมการกินเค็มหรืออาจเป็นด้วยปัจจัยอื่นๆ อย่างงโซเดียมแฝงตามอาหารต่างๆด้วย และหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น...
- เครื่องปรุงรส ที่นอกจากเกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วแล้ว ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำจิ้มสุกี้ ก็มีโซเดียมสูงไม่แพ้กัน
- อาหารแปรรูปที่กินง่ายและสะดวกรวดเร็ว
- อาหารหมักดอง เช่น ผักกาดดอง หรือไข่เค็ม
- สารปรุงแต่งอาหาร ที่แม้ว่าจะไม่ได้มีรสชาติเค็ม แต่ก็ทำร้ายไต เช่น ผงฟู สารกันบูด หรือสารกันเชื้อราในขนมปัง
- อาหารกึ่งสำเร็จรูป
ที่ส่งผลถึงไตโดยตรง เพราะไตมีหน้าที่ช่วยปรับโซเดียมให้ร่างกายสมดุล แต่หากร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงเกิน...จนไตไม่สามารถขับออกได้ทัน ก็การสะสมในเลือดสูง ส่งผลให้ร่างกายเก็บรักษาน้ำมากขึ้น น้ำในหลอดเลือดจึงเพิ่มขึ้น ไตจึงต้องทำงานหนักเพื่อจะพยายามขับโซเดียมและน้ำส่วนเกินออก สิ่งที่ตามมาก็คือ ทำให้เกิดความดันสูงขึ้นในหน่วยไต และเมื่อระดับความดันสูงขึ้น ก็จะก่อให้เกิดแรงดันในกลุ่มหลอดเลือดฝอยที่อยู่ในเนื้อไต เมื่อแรงดันสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ นำไปสู่ภาวะไตเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น
ซึ่ง ระดับความดันในเลือดที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หรือค่าความดันตัวบนสูงมากกว่า 200 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และตัวล่างสูงมากกว่า 130 มิลลิเมตรปรอท ไตจะสูญเสียกลไกในการป้องกันแรงดันเลือดสูง และเกิด “ภาวะไตวายเฉียบพลัน” ได้! ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีโรคความดันในเลือดสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งต้องควบคุมปริมาณโซเดียมในแต่ละวันให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม
นอกจากโซเดียมแล้วปัจจัยต่างๆยังทำให้เกิดภาวะโรคไตได้อีกด้วย อาทิ
- การทานอาหารรสจัด นอกจากอาหารเค็มจัดแล้ว การทานอาหารรสหวานจัดก็ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ไตทำงานหนักได้เหมือนกัน
- ขาดการออกกำลังกาย เพราะการไม่ออกกำลังกายนำมาซึ่งโรคเรื้อรังต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ หรือความดันในเลือดสูง ซึ่งสามารถส่งผลให้ไตทำงานหนัก...จนเกิดปัญหาไตเสื่อมเร็วได้
- ดื่มน้ำน้อยเกินไป เพราะไตมีหน้าที่ในการฟอกของเสียในร่างกาย ซึ่งต้องใช้น้ำเป็นตัวนำพาไปสู่กลไกการกรองของไตจนกลายมาเป็นปัสสาวะ หากดื่มน้ำน้อยเกินไป ไตอาจขับของเสียได้ไม่หมด เกิดของเสียคั่ง สะสมไปนานๆ จนตกตะกอนกลายเป็นก้อนนิ่ว หรือโรคนิ่วในไตได้นั่นเอง
- ทำงานหนัก เครียดมาก เพราะเมื่อทำงานหนัก ร่างกายไม่ได้รับการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองอย่าง
สัญญาณแบบนี้...ถึงเวลาตรวจเช็คสุขภาพไต?
- ขาและเท้าทั้งสองข้างบวม
- ตาบวม โดยเฉพาะในตอนเช้า
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย อ่อนแรง
- ปวดหลัง ปวดบั้นเอวบริเวณชายโครง อาจร้าวไปถึงท้องน้อย
- ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะเป็นฟองสีขาวๆ หรือปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
ทั้งนี้ ควรตรวจเช็กสภาพร่างกายอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง และหากมีอาการที่ว่ามาให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยหากพบโรคจะได้กางแผนการรักษาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาล เปาโล