วิธีดูแลไตไกลโซเดียม แนะปริมาณโปรตีนตามไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะผู้ป่วยไตเสื่อม
“โรคไต”หากเป็นแล้ว ค่าใช้จ่ายสูง คุณภาพชีวิตลดไม่เกินจริง แต่เป็นโรคที่ป้องกันได้เพียงปรับพฤติกรรมระวังการกิน การออกกำลังกายพร้อมไขความลับว่าไลฟ์สไตล์แบบไหนควรได้รับโปรตีนเท่าไหร่? โดยเฉพาะผู้ป่วยไตเสื่อม
ไต มีลักษณะคล้ายเม็ดถั่วเหลือง อยู่ใต้กระดูกชายโครงบริเวณบั้นเอวค่อนไปทางหลังข้างซ้ายและขวา ทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องกรองของเสียโดยขับออกมาเป็นปัสสาวะ แล้วถ้าหากเครื่องกรองเสียอะไรจะเกิดขึ้น? ฉะนั้นเรื่องของไต จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการดูแล เพื่อถนอมให้อยู่กับเราไปนานๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ด้วยทริคง่ายๆ ไม่เกินแรงโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไม อาหาร-เครื่องดื่ม ตัวแปรสำคัญ เพราะส่งผลต่อไตโดยตตรง อย่างที่บอกไตทำหน้าที่กรองของเสีย ฉะนั้นการถนอมไตสามารถทำได้
- ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ คือ 2 ลิตรต่อวัน
- อาหารเค็ม องค์การอนามัยโลก แนะนำให้บริโภคเกลือประมาณ 2,000 มิลลิกรัม/วัน ขณะที่ อาหารไทย 1 อย่างส่วนใหญ่มีเกลืออย่างน้อย 2 เท่าของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เช่น น้ำปลา 1 ช้อนชา มีเกลือ 400 มก. วันหนึ่งจึงไม่ควรกินเกิน 5 ช้อนชา
- หลีกเลี่ยงโรคไตได้โดยเลือกกินและสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเองคือทำอาหารกินเอง
- เลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น
- อาหารหวาน องค์การอนามัยโลก แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่ควรเกิน 25 กรัม หรือ 6 ช้อนชาต่อวัน ควรลดปริมาณขนม น้ำหวาน ผลไม้ที่มีรสหวาน ส่วนอาหารจำพวกแป้งและพืชผักชนิดหัวที่มีปริมาณน้ำตาลมาก อย่าง เผือก มัน ไม่ควรกินเยอะเกินไป
น้ำหนักแค่ไหน ไม่เสี่ยงโรคไต ดัชนีมวลกายหรือค่า BMI อยู่ระหว่าง 18-25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- ผู้ชาย รอบเอวไม่ควรเกิน 90 ซม. หรือ 35.5 นิ้ว
- ผู้หญิง รอบเอวไม่ควรเกิน 80 ซม. หรือ 31.5 นิ้ว
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณวันละ 30 นาที หรืออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- ระวังการใช้ยาและสารเคมี ยาแก้ปวด สมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดที่รับประทานแล้วทำให้ไตเสื่อมได้ ฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลและถนอมไตให้แข็งแรง
แนวทางการออกกำลังกาย
- การออกกำลังกายที่เน้นความแข็งแรงของหัวใจ (Cardio Vascular) หรือคาร์ดิโอ คือ การออกกำลังกายที่เน้นกระตุ้นการเต้นของหัวใจ บริหารระบบไหลเวียนโลหิต เช่น การเดิน ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ
- การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Weight Training) หรือเวทเทรนนิ่ง เป็นการใช้น้ำหนักเพื่อให้เกิดแรงต้านทาน อาจใช้อุปกรณ์อย่างดัมเบล บาร์เบล หรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่
- การออกกำลังกายแบบยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ (Flexibility exercises) เช่น โยคะ รำมวยจีน
“ปลาร้า”กินพอดีได้แหล่งโปรตีนขั้นเลิศ กินมากไปโซเดียมสูงเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง
โปรตีนแค่ไหน เรียกว่าสมดุล
- ผู้ที่นั่งทำงานอยู่กับที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ควรได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
- ผู้ที่ออกกำลังกายแบบคาดิโอ ควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.
- ผู้ที่ออกกำลังกายแบบคาดิโอและเวทเทรนนิ่ง ควรได้รับโปรตีน 1.5-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. สำหรับผู้หญิง และ 2-3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.ในผู้ชาย อาทิ อกไก่ 100 กรัม มีโปรตีนประมาณ 23-25 กรัม ถ้าน้ำหนักตัว 50 กก.ต้องรับประทานอกไก่ 300 กรัม สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายแบบคาดิโอ
ปริมาณโปรตีนที่กล่าวไปนั้น ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงโรคไต หรือไตเสื่อม
- ผู้ป่วยไตเสื่อมจะต้องการโปรตีนเพียง 0.6-0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ซึ่งปริมาณโปรตีนจะขึ้นอยู่กับระดับความเสื่อมของไต เพราะเมื่อโปรตีนถูกเผาผลาญแล้วไตจะทำหน้าที่ขับของเสียนั้นออกจากร่างกาย แต่ถ้าไตเสื่อม ขับของเสียได้จำกัดและปริมาณของเสียมากจะส่งผลให้ของเสียค้างในเลือดสูง
สิ่งสำคัญคือเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และโปรตีนสมดุลกับกิจกรรมหรือชนิดกีฬาที่เลือก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและพักผ่อนเพียงพอ
ข้อมูลจาก:โรงพยาบาลพญาไท
เช็กเลย! ปัจจัยเสี่ยงโรคไต และ 11 วิธีป้องกัน ไตแข็งแรง
เตือน!ขายไตแลกเงิน ผิดกฎหมาย ได้ไม่คุ้มเสียสุขภาพทรุด-เสี่ยงไตวาย