เช็ก 10 อาการเตือน “ไทรอยด์” รู้ทันรักษาได้ ก่อนเสี่ยงหัวใจล้มเหลว
ไทรอยด์ หนึ่งใน อวัยวะที่หลายคนมองข้าม แต่เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีความสำคัญในการกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆทั่วร่างกายทำงาน โดยเฉพาะหัวใจและสมอง นอกจากนี้ยังควบคุมระบบการเผาผลาญของเซลล์ต่างๆ ดังนั้นหากมีความผิดปกติ ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติตามมา เช็ก 10 สัญญาณเตือนไทรอยด์ ด้วยตัวเอง!
ไทรอยด์ (Thyroid Gland) ต่อมไร้ท่อใหญ่ที่สุดในร่างกาย อยู่บริเวณส่วนหน้าของลำคอ มีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อ มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนและหลั่งเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปทำหน้าที่ตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายภายใต้การควบคุมของต่อมใต้สมองและต่อมไฮโปธาลามัส ซึ่งการสร้างฮอร์โมนนั้นจำเป็นต้องใช้ไอโอดีนเป็นส่วนประกอบ หากไทรอยด์ทำงานผิดปกติย่อมส่งผลให้ระบบในร่างกายทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งโรคไทรอยด์มีหลายชนิด แต่ที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนที่ส่งผลกับระบบการเผาผลาญเป็นหลัก มี 2 ชนิด ได้แก่
- ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroid) คือ ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมาน้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมนจึงเผาผลาญน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการบวม อ้วนง่าย เพลียง่าย ง่วงบ่อย ผิวแห้ง หนาวง่าย เป็นต้น
- ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) หรือไทรอยด์เป็นพิษ คือ ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายได้รับฮอร์โมนมากเกินไปจึงเผาผลาญมากกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำหนักลดลง หิวง่าย กินเยอะแต่ไม่อ้วน เหนื่อยง่าย ขับถ่ายบ่อย มือสั่น ใจสั่น ร้อนง่าย เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่สามารถพบได้อย่างก้อนที่ต่อมไทรอยด์ เนื้องอกต่อมไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์อักเสบจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ต่อมไทรอยด์โต จึงควรสังเกตอาการไทรอยด์เบื้องต้นด้วยตัวคุณเอง
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เพราะผู้ป่วยที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะส่งผลกระทบไปถึงการทำงานของหัวใจ
- ใจสั่น ภาวะที่ฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไปจะเร่งกระบวนการการทำงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทั้งหมดจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว
- ผมร่วง ภาวะไทรอยด์เป็นพิษหรือไทรอยด์ทำงานต่ำสามารถเกิดผมร่วงได้
- นอนไม่หลับ เนื่องจากหากไทรอยด์ผิดปกติอาจหลั่งฮอร์โมนมามากเกินไปจนกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและรบกวนการพักผ่อนได้
- รู้สึกง่วงตลอดเวลา แม้จะนอนไม่กลับแต่ก็รู้สึกง่วงตลอดเวลาเกิดได้ในภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะเกิดอาการอ่อนเพลียไม่สดชื่นร่วมด้วย
- อ้วนขึ้นหรือผอมลงอย่างผิดปกติ ต่อมไทรอยด์ผิดปกติในลักษณะหลั่งฮอร์โมนออกมามากจะกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมให้ขยันเกินไปในภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะพบว่าน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่าย เนื่องจากการเผาผลาญที่ต่ำลง
- หิวบ่อยหรือไม่หิวกินไม่ค่อยลง หากต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้นอาจทำให้เกิดความรู้สึกหิวบ่อยขึ้น ทานมากขึ้น แต่น้ำหนักตัวลดลง หากไทรอยด์ทำงานน้อยลงอาจกินไม่ค่อยลง บวม อ้วนง่าย
- ขับถ่ายไม่เป็นปกติ เข้าห้องน้ำน้อยกว่าปกติหรือท้องผูกบ่อย ๆ แม้จะกินพวกผัก ผลไม้ เกิดจากร่างกายมีภาวะขาดไทรอยด์ได้ ในภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะมีการทำงานของลำไส้มากขึ้น ทำให้ถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้นกว่าปกติ ส่วนในไทรอยด์ต่ำอาจพบอาการท้องผูก
- รู้สึกหนาวตลอดเวลาหรือขี้ร้อนมากขึ้น ต่อมไทรอยด์ไม่หลั่งฮอร์โมนออกมาในปริมาณเพียงพอ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ความร้อนในร่างกายก็จะลดน้อยลง ภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะมีอาการขี้ร้อน เหงื่อออกมากกว่าปกติ ส่วนภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีอาการขี้หนาวมากขึ้น
- ผิวแห้ง ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลงส่งผลต่อผิวแห้งมากขึ้นหรือเหงื่อลดน้อยลง
ตัวการเกิดภาวะไทรอยด์ ได้แก่
- ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ จึงเข้าไปกระตุ้นการทำงานของไทรอยด์ ทำให้ไทรอยด์ทำงานเยอะเกินไปหรือทำงานน้อยเกินไป ส่งผลให้เกิดความผิดปกติกับร่างกาย
- คุณแม่หลังคลอดบุตรอาจมีภาวะไทรอยด์อักเสบหลังคลอด
- พันธุกรรมจากคนในครอบครัว
- ยาบางชนิดส่งผลให้ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เช่น ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือยารักษามะเร็งบางตัว
- ภาวะขาดไอโอดีน
ป้องกันไทรอยด์
- กินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารทะเลที่มีไอโอดีน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ดูแลใจไม่ให้เครียด
เพราะไทรอยด์ไม่ใช่โรคที่หายเองได้ หากป่วยเป็นไทรอยด์แล้วปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบรักษาอาจทำให้อาการรุนแรงเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือร้ายแรงถึงขั้นหัวใจล้มเหลวได้ จึงควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็ว
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ