เช็กอาการ “ปวดหัวเรื้อรัง” แบบนี้ ไมเกรนเฉยๆ หรือเนื้องอกในสมองกันแน่
อย่าวางใจว่าอาการปวดศีรษะบ่อยเป็นเพียงแค่เรื่องปกติเช็คอาการดูซักหน่อยดีกว่า...ว่าแท้จริงแล้ว "อาการปวดศีรษะ" ที่คุณเป็นอยู่ จะใช่แค่ไมเกรน หรือเป็นความผิดปกติที่เกิดจากเนื้องอกในสมองกันแน่
ปวดหัวแบบไหน ที่เรียกว่า "ไมเกรน"
ส่วนมากคนในวัยทำงานหรือช่วงอายุ 30-39 ปี เป็นช่วงที่พบว่ามีอาการปวดศีรษะไมเกรนกันมาก ลักษณะของอาการจะเป็นการปวดศีรษะข้างเดียว ปวดแบบตุ้บๆ คล้ายกับการเต้นของหลอดเลือดหัวใจ ระดับของอาการปวดจะอยู่ที่ปานกลางถึงขั้นรุนแรง เมื่อเดินหรือทำกิจกรรมต่างๆ เจอแสงจ้ามากๆ หรือเสียงดังมากๆ จะทำให้อาการปวดยิ่งเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย โดยระยะเวลาของอาการจะเกิดขึ้นนาน 4-72 ชั่วโมง
ปวดหัวเรื้อรังและรุนแรง...เสี่ยงเป็น "เนื้องอกในสมอง" ได้
การทำงานจะก่อให้เกิดความเครียดจนส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะ แต่หากอาการปวดนี้ไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยา ทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะหลังตื่นนอน และมีอาการปวดเรื้อรังติดต่อกันเกินสัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างละเอียด เพราะมีสิทธิสูงที่จะเสี่ยงเป็นเนื้องอกในสมองหรือมะเร็งสมองได้
อาการของเนื้องอกสมอง
ผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกสมองอาจมีอาการและอาการแสดงได้หลายๆอย่าง ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด การขยายขนาดของเนื้องอกสมอง ในบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่มีอาการอะไรเลยตอนที่ตรวจเจอเนื้องอกสมองก็ได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว อาการที่พบบ่อยๆของเนื้องอกสมอง คือ
- ปวดศีรษะที่ไม่หายไปสักทีโดยเฉพาะตอนตื่นนอน
- ชัก
- แขนขาอ่อนแรง
- วิงเวียนศีรษะ
- การเคลื่อนไหวของแขนขาผิดปกติ ไม่ราบรื่น
- สายตามัวลงหรือเห็นภาพซ้อน
- อาเจียน
- พูดจาติดตๆขัดๆ หรือความเข้าใจภาษาผิดปกติ
- บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง
- ความจำเสื่อม
รู้ทัน “มะเร็งแพร่กระจายไปสมอง” เช็กอาการเตือน-วิธีรักษาให้ดีขึ้น
เนื้องอก หรือมะเร็งในสมองตรวจได้หรือไม่ ?
เพราะ "เนื้องอกในสมอง" ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด การตรวจสแกนสมองด้วย MRI Screening คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ MRI จะช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนว่ามีเนื้องอกหรือความผิดปกติอื่นๆ เกิดขึ้นที่สมองหรือไม่? รวมไปถึงขนาดของก้อนเนื้อ...เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามสมองเป็นอวัยวะที่สำคัญและบอบช้ำได้ง่าย การตรวจเช็คหาความผิดปกติในเนื้อสมองจึงควรเลือกเทคนิคที่ปลอดภัยและแสดงผลได้ชัดเจนสมบูรณ์ 100% เพื่อให้สามารถรักษาได้ตรงจุดต้นตอ...และทันท่วงที!
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท
รู้จัก “โรคลมชัก” อาจเกิดจากความผิดปกติของสมองควบคุมได้ด้วยการรักษา
“ปวดหัว”ตรงไหนบอกอาการ“เครียด-ไมเกรน-ไซนัส”ประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง