“ปวดหัว”ตรงไหนบอกอาการ“เครียด-ไมเกรน-ไซนัส”ประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง
เช็ก! อาการปวดหัว ความน่ารำคาญแต่อาจส่งผลต่อสุขภาพนับไม่ถ้วน สัญญาณบอกโรคที่หลายคนมองข้าม
อาการ “ปวดหัว” เป็นอาการที่พบได้บ่อย เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ที่รุนแรงน้อยไปจนถึงอาการฉับพลันและโรคเรื้อรัง อาทิ ความเครียด,ไมเกรน,สมองเสื่อม,เนื้องอกในสมองหรือหลอดเลือดสมอง รวมถึงบอกอาการไซนัสอักเสบ โรคที่มาพร้อมกับหวัดและภูมิแพ้ได้ แล้วลักษณะปวดหัวแบบนี้บอกอะไรได้บ้างวินิจฉัยเบื้องต้น พร้อมรู้ถึงวิธีการบรรเทาอาการปวดได้ด้วยตัวเอง
- ปวดหัวรอบศีรษะ “โรคเครียด”
อาการปวดหัวรอบศีรษะพบได้บ่อยที่สุด และมักมีสาเหตุมาจาก “ความเครียด”
พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือใช้สายตามากเกินไป จนกระตุ้นให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบศีรษะ หากรู้สึกว่าปวดตื้อๆ ปวดแบบบีบๆ รัดๆ ปวดเป็นวงกว้างบนศีรษะหรือปวดเบ้าตาร่วม ร้าวลงมาที่ท้ายทอยและมักเกิดช่วงบ่ายหรือเย็น นั่นแสดงว่าถึงเวลาต้องพักผ่อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่กำลังตึงตัวจากความเครียด พักคิดเรื่องงาน หรือเรื่องที่ทำให้เกิดความเครียด เพื่อให้สมองได้พักผ่อน และลดอาการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้การรับประทานยาแก้ปวดก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้โดยอาการปวดหัวจากโรคเครียดมักปวดต่อเนื่องตลอดทั้งวันหรือตลอดสัปดาห์
- ปวดหัวที่ขมับ ปวดหัวข้างเดียว “ไมเกรน”
“ไมเกรน” ไอ้เจ้าตัวร้าย ที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง น่ารำคาญและทรมาน ยากที่จะควบคุมได้ ซึ่งลักษณะอาการปวดไมเกรน มักปวดหัวข้างเดียวแบบตุ๊บๆ บริเวณขมับข้างใดข้างหนึ่ง อาจปวดสลับข้างซ้ายหรือขวา ปวดร้าวลงมาถึงกระบอกตา คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ และหากได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น แสงสว่างจ้า เสียงดัง หรือกลิ่นฉุน ก็จะยิ่งกระตุ้นให้ปวดหัวรุนแรงมากขึ้นด้วย บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้ด้วยการรับประทานยาบรรเทาปวด เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล โดยอาการเหล่านี้จะเกิดนาน 4-72 ชั่วโมง และดีขึ้นเมื่อพักผ่อนอยู่นิ่งๆ ในห้องที่มืดและเย็น อย่างไรก็ตาม ไมเกรนเกิดจากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าสมอง หากมีอาการรุนแรงหรือเรื้อรังก็ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท
- ปวดหัวตรงโหนกแก้ม กลางใบหน้า “ไซนัสอักเสบ”
อาการปวดตรง “จุดไซนัส” ซึ่งเกิดจาก “ไซนัสอักเสบ” บริเวณจุดกึ่งกลางของใบหน้า รู้สึกปวดรุนแรงตั้งแต่โหนกแก้ม หน้าผาก รวมถึงปวดบริเวณดั้งจมูก หว่างคิ้ว และหัวตา อาการปวดจากไซนัสอักเสบมักมาพร้อมกับอาการคล้ายหวัดเรื้อรัง หายใจติดขัด ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกสีเขียว เป็นไข้ และอ่อนเพลีย
ต้นเหตุของอาการปวดมากจากไวรัสหรือแบคทีเรียในโพรงไซนัส ควรหมั่นใช้น้ำเกลือล้างจมูกบ่อยๆ เพื่อทำความสะอาดบริเวณโพรงไซนัส แต่หากพบว่าติดเชื้อจากแบคทีเรียจำเป็นต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย ซึ่งหากมีอาการเรื้อรังหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์
- ปวดหัว ปวดใบหู ปวดกราม “โรคข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อบดเคี้ยว"
ใครที่ตอนเช้าอ้าปากไม่ขึ้น เคี้ยวอาหารไม่สะดวก และมีอาการปวดหัว เป็นไปได้ว่าอาจมีการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ข้อต่อขากรรไกร หรือนอนกัดฟันได้
การรักษาเบื้องต้นให้ใช้น้ำอุ่นประคบบริเวณที่ปวดนานประมาณ 20 นาที ประคบให้ได้ 3-5 ครั้งต่อวัน รับประทานยาแก้ปวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด ควรรับประทานอาหารอ่อนนิ่ม และหลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือกัดของแข็ง
- ปวดหัวรุนแรง ฉับพลัน “โรคอันตรายทางสมอง”
แน่นอนว่า อาการปวดหัวรุนแรง หน่วยบริเวณรอบดวงตา เป็นอาการที่ไม่ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปวดหัวข้างเดียวรุนแรงท่เกิดอย่างฉับพลัน และไม่เคยเป็นมาก่อน การปวดหัวกินเวลานาน หรืออาจเป็นๆ หายๆ มองเห็นไม่ชัดเจน เห็นภาพซ้อน มีอาการชาหรืออ่อนแรง มีไข้ คอแข็ง สาเหตุจากความผิดปกติของเยื่อหุ้มสมอง หรือสมองส่วนไฮโบทาลามัส มีความเสี่ยงโรครุนแรงทางสมอง เช่น “เนื้องอกในสมอง” หรือ “โรคหลอดเลือดสมอง” ได้ เมื่อไหร่ที่มีอาการปวดหัวรุนแรงฉับพลัน ไม่ควรปล่อยไว้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท
เคล็ดลับเช็ดตัวลดไข้ ฉบับข้ามคืน ซมไข้ยังไงให้ตื่นมาสดชื่นไม่ปวดหัว
8 สุดยอดเครื่องดื่ม อุดมประโยชน์ ต้านสารก่อโรคป้องกันอักเสบเรื้อรัง