“เสียงแหบ” เรื่องธรรมดา อาจสัญญาณเตือนโรคได้? อาการแบบไหนควรพบแพทย์?
หลายคนคงมีประสบการณ์ ตะโกนหรือใช้เส้นเสียงจนเสียงแหบเสียงแห้ง เช่น การเรียกรถไอศกรีมที่ขับผ่านไปอย่างเร็วเหมือนชอบแข่งรถแต่ไม่ชอบขายของ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นชั่วคราวและรุนแรงมากนัก แต่ในบางรายอาจมีอาการที่เสียงแหบแบบเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ และเป็นสัญญาณเตือนโรคได้อีกด้วย
ภาวะเสียงแหบ (Hoarseness) ไม่เพียงแต่ระดับสูงต่ำของเสียงเปลี่ยน หรือคุณภาพของเสียงเปลี่ยนไป แต่ยังเป็นสัญญาณบอกถึงความผิดปกติของเส้นเสียงในกล่องเสียงที่ควรต้องดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะกลายเป็นอาการเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบกับร่างกายในระยะยาว
โดยกลไกการเปล่งเสียงคือพื้นฐานสำคัญ การเปล่งเสียงเกิดจากอากาศจากปอดไหลผ่านหลอดลมขึ้นมาที่กล่องเสียงเกิดการสั่นสะเทือนของเยื่อบุภายในกล่องเสียงร่วมกับการขยับของเส้นเสียง
ทำให้เกิดเสียง เมื่อเสียงผ่านมายังคอหอยจะเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อบริเวณคอหอย โคนลิ้น จากนั้นลิ้น ฟัน ริมฝีปากจะเกิดการขยับเกิดเป็นคำพูดขึ้นมาตามที่ต้องการ
เสียงแหบเกิดจากอะไรได้บ้าง ?
- แน่นอนว่าอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยทำให้เกิดการติดเชื้อ ได้แก่ เชื้อหวัด เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียที่กล่องเสียง ส่งผลให้เสียงแหบได้
- การอักเสบบวมช้ำของเส้นเสียง จากการตะโกน ตะเบ็ง ตะคอก เค้นเสียง ฯลฯ
- อุบัติเหตุกระทบกระเทือนกล่องเสียง เช่น ทำร้ายร่างกายด้วยการบีบคอ, อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่คอไปกระแทกกับพวงมาลัยหรือกระเด็นออกไปนอกรถ, การใส่ท่อช่วยหายใจขณะดมยาสลบ ฯลฯ
- เนื้องอกที่เส้นเสียงและกล่องเสียง
- มะเร็งกล่องเสียง
- โรคของกล้ามเนื้อและระบบประสาทบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน เป็นต้น
- สูดสารพิษต่าง ๆ ที่เข้าไประคายเคืองกล่องเสียง
- โรคอื่น ๆ ที่มีผลกับเสียง เช่น กรดไหลย้อนจากกระเพาะขึ้นมาที่คอไประคายเคืองกล่องเสียง ภูมิแพ้ ไอเรื้อรัง
เสียงแหบแบบไหนควรพบแพทย์
- เสียงแหบติดต่อกันมากกว่า 1 สัปดาห์ ดูแลตัวเองแล้วก็ยังไม่หาย
- เสียงแหบแบบเป็น ๆ หาย ๆ
- เสียงแหบมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบไม่มีเสียง และสื่อสารไม่ได้
- มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เสียงแหบเรื้อรัง ไอเป็นเลือด สำลัก กลืนลำบาก ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หายใจติดขัด
- เสียงแหบในคนที่ดื่มสุราสูบบุหรี่เป็นประจำ
“มะเร็งช่องปาก” ชนิดโตเร็วเสี่ยงทะลุสู่ผิวหน้า แผลร้อนในบอกสัญญาณ
การรักษาเส้นเสียง แพทย์จะแนะนำในการใช้ยารวมถึงการปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำมาก ๆ เพียงพอต่อร่างกาย พักการใช้เสียง พูดน้อย ๆ เบา ๆ ไม่พูดนาน รวมถึงการงดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะหากยังฝืนใช้เสียงมากในขณะที่เส้นเสียงมีปัญหาจะทำให้บวมและอักเสบมากยิ่งขึ้น คุณภาพของเสียงแย่ลง และเมื่อได้รับการรักษาจะหายช้ากว่าที่ควรหรืออาจหายไม่สนิท และอาจมีโรคแทรกเกิดขึ้นได้ เช่น เนื้องอกเส้นเสียง เป็นต้น ทั้งนี้การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคเป็นสำคัญ ซึ่งควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อจะได้ทราบสาเหตุและทำการรักษาอย่างถูกวิธีโดยเร็ว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ นอกจากส่งผลให้เสียกับบุคลิกภาพ ยังอาจเรื้อรังจนรุนแรงมากกว่าที่คิด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
“เคี้ยวน้ำแข็ง” พฤติกรรมทำร้ายฟัน เสี่ยงโรคเลือดจางจากการขาดธาตุ-ปัญหาทางจิตใจ
อาหารเพื่อสุขภาพช่องปาก รักษาสมดุล ป้องกันฟันผุ เสริมสร้างกระดูกและฟัน