โควิดBa.1+Ba.2 ลูกผสมตัวใหม่น่าจับตายิ่งกว่าเดลตาครอน
โควิดลูกผสมตัวใหม่ Ba.1+Ba.2 เกิดพร้อมกับเดลตาครอนแต่น่าจับตายิ่งกว่า
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดอย่างหนักทั่วโลกและมีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่องรวมถึงสายพันธุ์ลูกผสม โดยสถานการณ์ปัจจุบันได้มีการพบโควิด-19 ลูกผสมตัวใหม่ คือ โอมิครอน Ba.1+โอมิครอนBa.2
โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายดังนี้
Ba.1+Ba.2 คืออะไร?
โควิด-19ลูกผสมที่ออกมาพร้อมๆ กับเดลตาครอน โดยสายพันธุ์นี้มีการรวมกันของสารพันธุกรรมระหว่าง โอมิครอน Ba.1+โอมิครอน Ba.2 ในส่วนหนามของ Ba.2 ส่วนที่เหลือเป็น Ba.1 ซึ่งทั้งสองตัวเป็นไวรัสตัวเดียวกัน พบครั้งแรกที่อิสราเอลประมาณ 2 ตัวอย่าง จากนั้นนำไปขยายผลพบในอังกฤษอีกกว่า 300 ตัว
เครียดจิตตกช่วงโควิด-19 จิตแพทย์แนะ3วิธีรับมือสู้ไวรัสร้ายทุกระลอก
ใช่สายพันธุ์ย่อยหรือไม่
สายพันธุ์ย่อยจะมีการเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรมจากเดิมไป 1-2 ตำแหน่ง หรือที่เรียกว่ากลายพันธุ์ แต่ตัวนี้ซึ่งเป็นไวรัสลูกผสมจะเอารหัสพันธุกรรมเดิมมาทั้งชุด เช่น ยีนที่ควบคุมหนามแหลมของ Ba.2 ยกมาทั้งชุดเลย แล้วมาผสมยีนส์อื่นๆของ Ba.1 ดังนั้นจึงไม่เรียกว่า "ไวรัสสายพันธุ์ย่อย" แต่เรียกว่า ไวรัสลูกผสม
แพร่ระบาดได้ดีหรือไม่
ความสามารถในการระบาด Ba.2 แพร่ได้ดีกว่า Ba.1 ประมาณเท่าครึ่ง ส่วนลูกผสมมีส่วนหนามเป็นของ Ba.2 โดยหนามเป็นตัวมีบทบาทสำคัญในการแพร่กระจาย จากการคำนวณพบว่าระบาดได้ดี Ba.1 ประมาณเท่ากว่า ซึ่งไม่มาก ดังนั้นลูกผสมของ Ba.1+Ba.2 น่าจะระบาดไม่รุนแรงไปกว่าเดิม
วัคซีนตัวเดิมยังใช้ได้ผลหรือไม่
วัคซีนในปัจจุบันยังใช้ได้ผลกับไวรัสลูกผสมตัวนี้ เนื่องจากมีส่วนหนามของ Ba.2 วัคซีนไม่ลดประสิทธิภาพน้อยไปกว่า Ba.2 แล้ว เนื่องจากไวรัสลูกผสมหนามยังเหมือนเดิม คาดเดาว่าโอมิครอนเคยหลบภูมิคุ้มกันได้เท่าไหร่ ตัวลูกผสมก็ไม่น่าจะเปลี่ยนไปมากกว่าเดิม
อัปเดตแนวทางฉีดโควิด-19เข็มกระตุ้น เด็กอายุ12-17ปี
มีโอกาสพัฒนารุนแรงขึ้นหรือไม่
ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะรุนแรงกว่าเดิมหรือไม่ แต่องค์การอนามัยโลกได้ออกมาเปิดเผยว่ามีระลอก 6 แน่นอน แต่ยังไม่สามรถระบุได้ว่าเป็นตัวไหน อาการจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ จนกว่าจะเกิดการระบาด แต่การแพร่ระบาดครั้งต่อไปจะแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าโอมิครอนตัวปัจจุบันแน่นอน ถึงจะสามารถเบียดมาเป็นสายพันธุ์หลักและแพร่กระจายได้
โอมิครอนไม่ใช่ตัวจบ
โอมิครอนไม่ใช่ตัวจบแน่นอน องค์การอนามัยโลกได้เปิดเผยว่าการที่หลายประเทศการ์ดตก ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่เว้นระยะห่าง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าโอมิครอนเป็นสายพันธุ์สุดท้าย รวมถึงเห็นผู้ป่วยมีจำนวนลดลง ซึ่งนั่นเป็นผลมาจากวัคซีนและมาตรการต่างๆ
กรมควบคุมโรคเตือนระวัง"ไข้เลือดออก" ติดร่วมกับโควิด ดับแล้ว 3 ราย
การป้องกัน
ยังคงใช้มาตรการเดิมเหมือนโควิด-19 สายพันธุ์ที่ผ่านมา ได้แก่
1.สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิด
2.ฉีดวัคซีน ฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็ม และเข้ารับเข็มกระตุ้นเมื่อถึงระยะเวลา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง 608 ได้แก่
-ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
-กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 โรค คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคอ้วน, โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน
-กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
3.รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร แม้ว่าผู้นั้นจะไม่ได้ป่วยก็ตาม
4.ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์