15 มิถุนายน “วันไข้เลือดออกอาเซียน” เร่งกำจัดลูกน้ำยุงลายป้องกัน 3 โรค
เนื่องจากสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น กลุ่มประเทศอาเซียนจึงมีภัยสาธารณสุข ไข้เลือดออกที่มียุงลายเป็นพาหะ จึงกำหนดให้วันที่ 15 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันไข้เลือดออกอาเซียน ASEAN Dengue Day ป้องกัน รู้ทัน ลดอันตรายถึงชีวิต
15 มิถุนายน ของทุกปีเป็น “วันไข้เลือดออกอาเซียน” (ASEAN Dengue Day) ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น เหมาะสำหรับการแพร่พันธุ์ยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก จึงถือว่าปัญหาในสาธารณสุขที่สำคัญทั้งในไทยและในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน จึงมีมติให้วันที่ วันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันไข้เลือดออกอาเซียน เพื่อร่วมกันรณรงค์ใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และกำจัดลูกน้ำยุงลายในภาชนะทุกสัปดาห์ เพื่อตัดวงจรการเกิดยุงลาย ต้นเหตุสำคัญของโรคไข้เลือดออก
โดยสถานการณ์ปัจจุบันของไทยพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 8 มิถุนายน 2566 พบรายงานผู้ป่วยจำนวน 19,503 ราย คิดเป็นอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน 29.47 เสียชีวิต 17 ราย และจำนวนผู้ป่วยปี 2566 มากกว่า ปี 2565 ณ ช่วงเวลาเดียวกันถึง 3.8 เท่าและคาดว่าระบาดหนักสุดในรอบ 3 ปี และหากไม่มีมาตราการที่สามารถเบรกหรือชะลอไข้เลือดออกไป จะทำให้ปลายปี 2566 ผู้ป่วยจะพุ่งสูงเกือบ 1 แสนคนเลยทีเดียว สำหรับวันไข้เลือดออกอาเซียน ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่สังคมไทย ไม่ป่วยตายด้วยไข้เลือดออก” (Moving Forward to Zero Dengue Death)
อาการของโรคไข้เลือดออก
- มีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน
- อ่อนเพลีย ซึมลง
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
- ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว
- อาจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกบริเวณอื่น เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะ อุจจาระมีเลือดปน
- ปวดท้องอย่างรุนแรง กดเจ็บชายโครงด้านขวา
มาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่
- เก็บบ้านให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก
- เก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่
- เก็บขยะภายในบริเวณบ้าน โรงเรียน และวัด เช่น ขวด กระป๋อง ให้เรียบร้อยไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
สามารถป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
สธ.เผยหากไม่ควบคุมไข้เลือดออก สิ้นปีผู้ป่วยอาจพุ่งสูงเกือบ 1 แสนราย
อย่างไรก็ตาม หากพบอาการไม่พุงประสงค์ให้รีบปรึกษาแพทย์และทำการรักษาทั้งนี้ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยการทายากันยุงหรือนอนในมุ้ง และไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโครฟีแนก แอสไพริน รวมถึงยาชุด ซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในช่องทางเดินอาหารและยากต่อการรักษา เสี่ยงต่อการเสียชีวิต หากมีไข้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน จะได้รับการรักษาที่เหมาะสม และช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ และ กระทรวงสาธารณสุข
"ไข้เลือดออก" ระบาดหนักพบป่วยแล้วเกือบ 2 หมื่นคน เสียชีวิตแล้ว 17 ราย
“ไข้เลือดออก” ทำไมควรเลี่ยงอาหารสีแดง สีดำหรือสีน้ำตาล แล้วกินอะไรได้?