สธ.เผยหากไม่ควบคุมไข้เลือดออก สิ้นปีผู้ป่วยอาจพุ่งสูงเกือบ 1 แสนราย
คณะแพทย์ สธ.แถลงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย (Update Dengue clinical Management)หลังแนวโน้มสูงขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว 4 % และสูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี พบ กลุ่มเด็กป่วยสูงสุด 6,088 ราย กลุ่มวัยกลางคน เสียชีวิตมากสุด
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นำคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแถลงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย Update Dengue clinical Management ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ยืนยันเป็นโรคที่หายได้ไม่สมควรเสียชีวิต หากได้รับการรักษาทัน
นายแพทย์อภิญญา นิรมิตสันติพงศ์ รองผู้อำนวยการกองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรคแถลงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก ตั้งแต่ต้นปี-31 พฤษภาคมมีจำนวนผู้ป่วยผู้ป่วยจำนวน 18,173 ราย เท่า เสียชีวิต 15 ราย
เมื่อเทียบกับ 2565 ในช่วงเวลาเดียวกัน มีผู้ป่วยมากกว่า 4 เท่า และแนวโน้มสูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี คาดว่าจำนวนผู้ป่วยในปีนี้มีมากเกือบ1 แสนราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการการรับมือป้องกันต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและประชาชนเอง ว่าจะสามารถลดจำนวนผู้ป่วยได้หรือไม่ ขณะที่พบแพร่ระบาดแล้วกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ พบอัตราป่วยสูงที่สุดในเดือนพฤษภาคม คือ จังหวัดตราด น่าน จันทบุรี แม่ฮ่องสอน และระยอง ตามลำดับ
กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วย ได้แก่
- กลุ่มอายุ 0-4 ปี พบ 1161 คน ราย อัตราป่วย 37.11 ตาย 2 คน
- กลุ่มอายุ 5-14 ปี พบ 6,088 ราย อัตราป่วย 79.00 ตาย 2 คน (ติดเชื้อสูงที่สุด)
- กลุ่มอายุ 15-24 ปี พบ 4,247 ราย อัตราป่วย 49.53 ตาย 3 คน
- กลุ่มอายุ 25- 54 ปี พบ 5,479 รายอัตราป่วย 18.51 ตาย 8 คน (เสียชีวิตมากที่สุด)
- กลุ่มอายุ 55- 64 ปี พบ 651 รายอัตราป่วย 7.93 ตาย 0 คน
- กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป พบ 547 รายอัตราป่วย 7.06 ตาย 0 คน
ปัจจัยเสี่ยงเสียชีวิตจากไข้เลือดออก
- ความเสี่ยงในผู้ใหญ่คือ มีโรคประจำตัว ดื่มแอลกอฮอล์
- ซื้อยา NSAIDs กินเอง รับการรักษาช้า หลัง 4 วันหลังเริ่มมีอาการ
- ภาวะอ้วน
จากสถานการณ์ทั้งหมดทางกรมควบคุมโรคไม่ได้นิ่งนอนใจ เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (EOC) ระดมสรรพกำลังสกัดโรคไข้เลือดออก และเน้นย้ำให้ประชาชนทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกสัปดาห์ การใช้สารเคมีในการกำจัดยุง โดยเฉพาะในกรณีเกิดการระบาดของโรค กางมุ้งนอนในพื้นที่ยุงชุกชุม สาเหตุของไข้เลือดออก มี 4 สายพันธุ์ คือ เดงกี 1, 2, 3 และ 4 ประเทศไทยมีการระบาดของ 4 สายพันธุ์วนเวียนกันไปแล้วแต่พื้นที่ ไวรัสเดงกีมียุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค โดยส่วนมากพบ พบเดงกี 3 มากถึง 40% ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายตับเสี่ยงตับวาย รองลงมาคือ เดงกี 2 ที่ทำให้
เช็ก 6 โรคที่ต้องระวังเด็กเล็กช่วงเปิดเทอม อาการและวิธีป้องกัน
อาการของโรคไข้เลือดออกอาการของโรคจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล แต่โดยส่วนใหญ่ที่พบ คือ
- มีไข้สูงเฉียบพลัน อาจสูงถึง 40-41 องศาเซลเซียส ซึ่งบางรายอาจมีอาการชักเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเด็กที่เคยมีประวัติชัก ต่างจากโควิด19 ที่มีอาการไอนำ
- มีเลือดออกที่ผิวหนัง เป็นจุดเลือดเล็กๆ กระจายอยู่ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดกำเดา หรือเลือดออกตามไรฟัน
- ในรายที่รุนแรงอาจมีอาเจียนและถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ซึ่งมักจะเป็นสีดำ (melena) อาการเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนใหญ่จะพบร่วมกับภาวะช็อก
- อาการช็อก ที่ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดล้มเหลว
- บางรายมีภาวะตับโต กดเจ็บ ส่วนใหญ่จะคลำพบตับโตได้ประมาณวันที่ 3-4 นับตั้งแต่เริ่มป่วย ตับจะนุ่มและกดเจ็บ
หากมีอาการป่วยหรือสงสัยว่าป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ซื้อยารับประทานเองโดยเฉพาะยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโครฟีแนก แอสไพริน รวมถึงยาชุดเพราะเพิ่มโอกาสการเสียชีวิตได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค 1422