สูงอายุทำไมถึงต้องนอนน้อย? เพราะอายุจริงๆ หรือสัญญาณบอกโรคได้สารพัด
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่มักมีต่อผู้สูงอายุคือความเชื่อที่ว่า การนอนไม่หลับหรือนอนได้ไม่ดีเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ทั้งที่ความจริงแล้วอาจมีโรคที่ซ่อนอยู่ก็เป็นได้
การนอนกับผู้สูงอายุ ? โดยธรรมชาติแล้วพบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของการนอนหลับเมื่ออายุมากขึ้นได้คือ จำนวนชั่วโมงในการนอนลดลงเล็กน้อย มีการตื่นระหว่างคืนมากขึ้นแต่ยังสามารถกลับไปนอนหลับต่อได้ โดยความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักพบได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิที่มีอายุมากกว่า 65 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการนอนในผู้สูงอายุ เช่น โรคประจำตัวบางชนิดที่ส่งผลต่อการนอน การต้องตื่นมาปัสสาวะหรือทานยากลางดึก การทานยาบางชนิดที่มีผลต่อการนอน การไม่ได้รับแสงแดดในช่วงกลางวันที่เพียงพอ เป็นต้น
- การเปลี่ยนแปลงของอายุที่มากขึ้น โดยปกติเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น สมองก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อม เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย ส่งผลกับการนอนของผู้สูงอายุ คือ ระยะเวลาของการนอนตอนกลางคืนจะลดลง ใช้เวลานานขึ้นหลังจากเข้านอนเพื่อที่จะหลับ ช่วงระยะที่หลับแบบตื้น (ตอนที่กำลังเคลิ้ม แต่ยังไม่หลับสนิท) จะยาวขึ้น ขณะที่ช่วงระยะที่หลับสนิทจริงๆ จะลดลง มีการตื่นขึ้นบ่อยๆ กลางดึก อย่างไรก็ตามแม้ผู้สูงอายุจะมีสุขภาพดีทั้งกายและใจสมวัย ก็อาจรู้สึกว่าตัวเองนอนน้อยลง หรือคิดไปว่านอนไม่หลับ แต่มีข้อที่น่าสังเกต คือ ผู้ป่วยกลุ่มนี้แม้จะดูเหมือนว่านอนไม่หลับแต่ช่วงกลางวันมักจะไม่มีอาการง่วงเหงาหาวนอนแต่อย่างใด
- มีโรคซ่อนอยู่ โรคที่มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุหลายโรคที่ส่งผลต่อการนอนหรือมีอาการนอนไม่หลับเป็นอาการเริ่มของโรค จำเป็นจะต้องมาพบแพทย์ที่มีความชำนาญการเพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป อาทิ โรคทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ,โรคสมองเสื่อม,โรคหัวใจ,โรคถุงลมโป่งพอง,โรคหลอดเลือดสมอง,โรคกรดไหลย้อน,ภาวะการนอนละเมอ,กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข,โรคซึมเศร้า,โรควิตกกังวล นอกจากนี้การนอนไม่หลับเป็นระยะเวลานานยังส่งผลให้เกิดความเครียด อาการอ่อนเพลียระหว่างวัน อารมณ์หงุดหงิดง่าย และไม่สดชื่น อีกทั้งยังส่งผลต่อความจำ ทำให้ความจำค่อย ๆ แย่ลงและความมีเสี่ยงในการหกล้มเพิ่มขึ้น
นอนไม่หลับแบบไหนควรพบจิตแพทย์ คลายความกังวลใจลดความเครียดเรื้อรัง
เคล็ดลับการนอนสำหรับผู้สูงวัย
- กำหนดเวลาในการเข้านอนและการตื่นนอนในแต่ละวันให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน
- หากนอนไม่หลับหลังเข้านอนไปแล้วประมาน 20 นาที ไม่ควรนอนบนเตียงต่อ ควรลุกขึ้นมาทำกิจกรรมที่เบาและผ่อนคลาย เช่น การอ่านหนังสือ การพับผ้า เมื่อรู้สึกง่วงอีกครั้งจึงกลับไปนอนต่อ
- ใช้เตียงนอนเพื่อการนอนหรือกิจกรรมทางเพศเท่านั้น
- ผู้สูงอายุไม่ควรนอนหรืองีบในเวลากลางวัน แต่หากฝืนไม่ได้แนะนำให้งีบกลางวันได้ 10 – 15 นาทีในช่วง 8 ชั่วโมงแรกหลังตื่นนอน
- ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยงดออกกำลังกายในช่วง 4 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานอน
- งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม เป็นต้น
- งดสูบบุหรี่ โดยเฉพาะช่วงเย็นและช่วงค่ำ
- หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักในช่วง 4 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานอน
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วง 4 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานอน
- ทำกิจกรรมผ่อนคลายเป็นเวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้านอน เช่น อ่านหนังสือ อาบน้ำอุ่น จัดเตรียมเสื้อผ้า จัดของใช้ส่วนตัว สวดมนต์ นั่งสมาธิ เป็นต้น
- ไม่ควรรับประทานยานอนหลับโดยไม่ได้พบจิตแพทย์ผู้ชำนาญการ เนื่องจากยาจะส่งผลเสียต่อสมอง ความจำแย่ลง การติดยา การดื้อยา การพลัดตกหกล้ม การเกิดอุบัติเหตุ และการบดบังอาการของโรคอันเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะนอนไม่หลับขึ้นได้
หากมีปัญหาการนอนควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอให้เกิดปัญหาในการนอนเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นจะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายต่าง ๆ ตามมา
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ และ โรงพยาบาลเปาโล
เรื่องต้องห้ามก่อนเข้านอน เพื่อคุณภาพการนอนที่ดี ตื่นมาสดชื่น!
“นอนกรน” รู้ตัว รักษาได้ เพิ่มคุณภาพการหลับให้สมองแจ่มใส ลดโรค