6 สาเหตุ “น้องสาวมีกลิ่น” แก้ไขให้สมดุลบอกลาปัญหาหนักใจตัวแม่
ปัญหาหนักใจของคุณผู้หญิงที่บอกใครไม่ได้ คือปัญหากลิ่นของน้องสาว เผย 5 สาเหตุผลและวิธีแก้ก่อนน้องสาวป่วยโรคร้ายแรง
“จุดซ่อนเร้นมีกลิ่น” ความไม่สบายใจที่ทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกอับอายและไม่กล้าปรึกษาใคร แต่อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพที่คาดไม่ถึงและอาจเป็นการตัดสินใจที่ผิด เพราะหากไม่รีบตรวจหาสาเหตุให้เจอและไม่รักษาให้ถูกวิธี อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ จนน้องสาวป่วยตามมาได้ซึ่งกลิ่นที่จุดซ่อนเร้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่มากระตุ้นและส่งผลให้เกิดกลิ่น สามารถจำแนกสาเหตุของการเกิดกลิ่นได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่
- ติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย เกิดจากปริมาณแบคทีเรียในช่องคลอดที่ไม่สมดุล และหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดอาจมีอาการคันและมีตกขาวควบคู่กัน ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งในคนที่เคยและไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน
- ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์จะมีลักษณะอาการคล้ายกับคนที่ติดเชื้อแบคทีเรีย คือมีอาการตกขาวและอาการคัน แต่อาจมีลักษณะอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีเลือดออกขณะหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ในบางรายอาจมีลักษณะผิดปกติที่บริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งแนะนำให้รีบพบแพทย์เป็นการด่วน
- ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มากเกินไปมักเกิดในช่วงที่มีประจำเดือน ทำให้บริเวณอวัยวะเพศมีความอับชื้นสูง ส่งผลให้มีกลิ่น สามารถป้องกันได้โดยเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 2-4 ชั่วโมง โดยควรล้างมือทุกครั้งทั้งก่อนและหลังเปลี่ยนผ้าอนามัย การดูแลทำความสะอาดควรใช้วิธีอาบน้ำแบบเปิดน้ำไหลผ่านแทนการแช่น้ำ และไม่ควรสวนล้างช่องคลอด
- การกินอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือรสจัดเมื่อทานอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น ปลาร้า หรือของหมักดอง ร่างกายจะพยายามปรับสมดุลเคมี ทำให้มีการขับกลิ่นออกมา และยังทำให้เกิดความอับชื้นมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้มีกลิ่นแรงขึ้น และนำไปสู่อาการตกขาวได้
ตกขาวแบบไหน? ผิดปกติรุนแรง สัญญาณมะเร็งปากมดลูก ที่ผู้หญิงควรระวัง
- ใส่กางเกงรัดแน่นเกินไปกางเกงที่รัดแน่น ไม่มีช่องว่างให้อากาศระบาย จะทำให้เกิดความชื้นสะสมอยู่ภายใน ส่งผลให้แบคทีเรียเติบโตได้ดี และเกิดกลิ่นที่จุดซ่อนเร้นได้
- ฮอร์โมนไม่สมดุลมักเกิดในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจทำให้มีกลิ่นที่จุดซ่อนเร้นเพิ่มขึ้นเนื่องจากฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตามรู้สาเหตุที่แน่ชัดจะช่วยให้เรารู้วิธีดูแลตนเอง จนทำให้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นั้นหมดไปได้ แต่หากดูแลตนเองอย่างดีแล้วยังคงมีกลิ่นอยู่ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและป้องกันการเกิดซ้ำ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
6 วิธีแก้เท้าเหม็น สร้างความมั่นใจถอดรองเท้าได้ทุกที่ไม่ต้องกลัวกลิ่น