“ไวรัสอินฟลูเอนซ่า” ตัวการ“ไข้หวัดใหญ่” บางรายปอดอักเสบรุนแรง
"ไข้หวัดใหญ่" เกิดจากการติดเชื้ออินฟลูเอนซ่า (Influenza Virus) เป็นโรคที่สามารถพบได้ตลอดปี และระบาดในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน โดยเฉพาะในฤดูหนาวและฤดูฝนที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี พร้อมแนะควรใส่หน้ากากอนามัยหากไปในสถานที่แออัดหรือเสี่ยงติดเชื้อโรค
ไวรัสอินฟลูเอนซ่า (Influenza virus) จำแนกออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่ ชนิดเอ บี ซีและดี โดยชนิดเอ และบี มักก่อให้เกิดไข้หวัดตามฤดูกาล ผู้ป่วยอาจมีอาการเริ่มต้นเหมือนไข้หวัดทั่วไป ( Common cold) ส่วนใหญ่สามารถหายได้ใน 1-2 สัปดาห์แต่บางรายอาจมีความรุนแรงทำให้เกิดปอดอักเสบและเสียชีวิตได้โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จะคล้ายคลึงกับไข้หวัดทั่วไปคือ ติดต่อโดยการหายใจเอาละอองน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยที่ไอหรือจาม และการสัมผัสมือหรือการใช้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ร่วมกับผู้ป่วย
อาการเด่นไข้หวัดใหญ่
- ปวดศีรษะ
- ไอแห้ง
- มีน้ำมูกใส คัดจมูก
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- มีไข้สูง อ่อนเพลีย
อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที ทั้งนี้วิธีการรักษาส่วนใหญ่รักษาตามอาการเบื้องต้น เช่น ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ในผู้ป่วยบางรายที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการรุนแรงจะพิจารณาให้ยาฆ่าไวรัส (Antivirals) ซึ่งจะเข้าไปยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส ทำไห้ลดระยะเวลาอาการเจ็บป่วย ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น ความจำเป็นในการใช้ยานี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์อาจพิจารณาสั่งจ่ายในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีความเสี่ยงสูงหรือมีความจำเป็นในการใช้
“ไข้หวัดใหญ่”สูงต่อเนื่อง ด้าน “ไข้เลือดออก” ชะลอตัวแต่อัตราป่วยตายสูง
การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
- สามารถทำได้โดย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ
- ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร
- ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด
- ถ้าจำเป็นควรใส่หน้ากากอนามัย
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- กินอาหารปรุงสุกใหม่และใช้ช้อนกลาง
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด
- ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
ที่สำคัญคือควรใส่หน้ากากอนามัยหากจำเป็นต้องอยู่ในสถานที่แออัดหรือมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น โรงพยาบาล สถานีขนส่งสาธารณะ ห้างสรรพสินค้าหรือตลาดที่มีคนจำนวนมาก เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูล : กระทรวงสาธารณสุข
ภาพจาก : shutterstock
อาการ “ไวรัส RSV” แตกต่างจาก “ไข้หวัดใหญ่”อย่างไร?
เตือน 3 โรคหน้าฝน หลังไข้หวัดใหญ่ระบาดหนัก! ย้ำสวมหน้ากากป้องกันได้