เคล็ดลับดูแลและฟื้นฟูตับ ห่างไกลมะเร็งตับ-ตับอักเสบ
จากการศึกษาตับเป็นอวัยวะเพียงชิ้นเดียวที่สามารถสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาเพื่อทดแทนเซลล์เก่าที่ถูกทำลาย แต่ไม่ได้หลายความว่าจะมรประสิทธิภาพเหมือนเดิม แนะ 8 เคล็ดลับการดูแลตับให้แข็งแรง
มะเร็งตับ นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองของโลก สำหรับประเทศไทยมะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับแรกในเพศชาย ซึ่งนอกจากรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกหลักโภชนาการและครบ 5 หมู่แล้ว การดูแลให้ตับแข็งแรงก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะหากตับมีการทำงานผิดปกติเรื้อรัง จะรุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากในระยะแรกจะไม่มีอาการบ่งชี้
การศึกษาค้นคว้าของมหาวิทยาลัยไอโอว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยมีการพูดถึงเรื่องการเกิดใหม่ของตับว่า นอกจากตับจะเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายแล้ว
ยังเป็นอวัยวะเพียงชิ้นเดียวที่สามารถสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาเพื่อทดแทนเซลล์เก่าที่ถูกทำลาย หรือเสียหายไปได้ แต่การงอกใหม่นี้ไม่ได้เกิดได้กับทุกกรณี เพราะแม้ว่าเซลล์ของตับส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะที่หยุดแบ่งตัวแล้ว แต่จะมีแค่ประมาณ 1 ใน 20,000 เซลล์เท่านั้นที่อยู่ในระยะแบ่งตัว โดยปกติแล้วเซลล์ตับจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 5 เดือน นั่นหมายความว่าเมื่อตับได้รับอันตรายทำให้เซลล์ตาย หรือเนื้อตับถูกตัดออกไป เซลล์ตับก็จะสามารถแบ่งตัวกลับมาทำให้ตับมีขนาดเท่าเดิมได้ แต่ทั้งนี้ การจะแบ่งตัวได้ก็จะต้องได้รับสารกระตุ้น (Hepatocycle Growth Factor) ที่มาจากเลือด หรือเซลล์ใกล้เคียงตับจะสามารถซ่อมแซมบริเวณที่เสียหายภายในระยะเวลา 30 วัน ดังนั้นสิ่งที่คืนมา คือขนาดของตับที่งอกขึ้นมาเท่าเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าลักษณะรูปร่างของตับจะกลับมาเหมือนเดิมแบบ 100%ฉะนั้นการรักษาตับให้แข็งแรงดีกว่าจะต้องมาแก้ไขที่หลัง
อาการคันแบบไหน ? สัญญาณโรคตับ-ไต เรื้อรังนานกว่า 2 สัปดาห์รีบพบแพทย์
เคล็ดลับดูแลและฟื้นฟูตับให้สุขภาพดี
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบเรื้อรังและโรคตับแข็ง
- งดการสูบบุหรี่ ทั้งการสูบเองและควันบุหรี่มือสอง
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการไปรับเชื้อไวรัสตับอักเสบและพยาธิใบไม้ตับ เช่น การรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ โดยเฉพาะเนื้อหมู อาหารทะเล ปลาร้า ปลาน้ำจืดที่ไม่สุก การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน การสักหรือใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเก่าเก็บ อาหารแปรรูปหรืออาหารผ่านการปรุงแต่ง เพราะอาจมีสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนได้ เช่น สารโลหะหนัก สารก่อมะเร็ง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรรับประทานในปริมาณน้อยหรือนาน ๆ รับประทานที
- ไม่ควรใช้ยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ หรือซื้อยารับประทานเองยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงต่อตับ
- ออกกำลังกายในระดับความหนักที่เหมาะสม ระยะเวลาที่นานพออย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ
- ควบคุมน้ำหนัก ไม่ปล่อยให้มีรูปร่างอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะไขมันพอกตับ
นอกจากนี้ กว่า 90% ของคนที่เป็นมะเร็งตับเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี แม้ในบางรายจะยังไม่มีภาวะตับแข็งเกิดขึ้นก็ตาม สิ่งที่ต้องระวัง คือ ผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีจะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งถ้าปล่อยไว้ก็จะพัฒนาต่อกลายเป็นมีพังผืดที่ตับ ตามมาด้วยภาวะตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด จึงควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน ดังนั้น ควรตรวจคัดกรองมะเร็งตับอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ด้วยวิธีการอัลตร้าซาวด์ช่องท้องเพื่อดูตับ หรือตรวจคัดกรองมะเร็งตับ ที่เรียกว่า AFP (Alpha Fetoprotein)
ขอบคุณข้อมูลจาก : รพ.เปาโล และ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ภาพจาก : shutterstock
อาการจากตับแข็งสู่ตับวาย อะไรเป็นปัจจัยกระตุ้น รักษาได้หรือไม่?
4 ระยะก่อนเป็นโรคตับ-มะเร็งตับ เผยตับมีพังผืดกับตับแข็งต่างกันอย่างไร?