กลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตด้วย“ไข้หวัดใหญ่”อาการแทรกซ้อนอันตรายที่ต้องระวัง
ไข้หวัดใหญ่ โรคยอดฮิตที่ระบาดหนักกว่าโควิด19 ในช่วงเวลานี้ ที่หลายคนมองข้ามคิดว่าเป็นแล้วเดี๋ยวก็หาย แต่อันที่จริงต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง!
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 19 กันยายน 2566 มีรายงานผู้ป่วย 185,216 ราย เสียชีวิต 4 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กจนถึงเด็กวัยเรียน กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด ได้แก่อายุ 10-14 ปี (18.89%) เด็กแรกเกิด – 4 ปี (17.04%) และอายุ 7-9 ปี (14.91) ตามลำดับ โดยอัตราการระบาดเพิ่มสูงต่อเนื่องแซงหน้าโควิด19 หลายเดือนแล้ว
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส (Influenza Virus) ซึ่งนับเป็นโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจที่มีการระบาดใหญ่อย่างกว้างขวางเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่ผู้คนทำงานในอาคาร ใช้ระบบหมุนเวียนอากาศร่วมกันหรือการเดินทางอาศัยระบบการขนส่งมวลชนที่ผู้คนแออัด ทำให้เกิดโรคกับระบบทางเดินหายใจ แต่มีความรุนแรงมากกว่าไวรัสทางเดินหายใจอื่น ๆ โดยเฉพาะ
กลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ที่อาจเสียชีวิตได้
- ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีความต้านทานร่างกายไม่แข็งแรง
อาการไข้หวัดใหญ่
- ไข้
- ปวดศีรษะ
- ปวดเมื่อยตัว
- เหนื่อย
- ไอแห้ง ๆ เจ็บคอ
- มีน้ำมูก
- ในเด็กอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียได้
ภาวะแทรกซ้อนไข้หวัดใหญ่
- ปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
- ภาวะขาดน้ำ
- ทำให้โรคประจำตัวที่เป็นอยู่แย่ลง เช่น ภาวะหัวใจวาย, หอบหืด, เบาหวาน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีโอกาสเสียชีวิตได้
ใครควรได้รับการฉีดวัคซีน
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดเรื้อรัง, หอบหืด, เบาหวาน, โรคไต, โรคหัวใจ, โรคตับ, โรคเอดส์
- สมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคเรื้อรังดังกล่าว
- หญิงตั้งครรภ์ 3 เดือนขึ้นไป
- ผู้ต้องการลดอันตรายจากการติดเชื้อ
วัคซีนได้ผลในการป้องกันโรคประมาณ 70 – 90 % แต่ในผู้สูงอายุ การตอบสนองต่อวัคซีนจะน้อยลง เนื่องจากความต้านทานของร่างกายน้อยกว่าปกติ แต่ยังมีประโยชน์ในการลดภาวะแทรกซ้อน โอกาสที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้
“ไวรัสอินฟลูเอนซ่า” ตัวการ“ไข้หวัดใหญ่” บางรายปอดอักเสบรุนแรง
การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
- การฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันโรคที่ดีที่สุด
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยและเสมหะของผู้ป่วย
- ล้างมือบ่อย ๆ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสจมูก ตา ปากของตัวเองหลังจากสัมผัสกับผู้ป่วยเมื่อมีอาการที่สงสัยไข้หวัดใหญ่ ควรอยู่ห่างผู้อื่น ปิดปาก จมูก เวลาไอหรือจาม
ขอบคุณข้อมูลจาก : รพ.กรุงเทพ
ภาพจาก : shutterstock
ม.33และม.39 ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ตั้งแต่ 1 พ.ค. 66
“ไข้หวัดใหญ่”ระบาดหนัก แต่หลายรพ.กำลังขาดยา "โอเซลทามิเวียร์" รักษาโรค