“ฉีดโบท็อกซ์” ไม่ใช่แค่หน้าสวย! ยังลดเหงื่อแก้ปัญหากลิ่นตัวได้!
สำหรับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกเยอะจนรักแร้เปียก มีกลิ่นตัวแรง และยังแก้ปัญหาไม่ได้ การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนไม่รู้ เพราะคิดว่าโบท็อกซ์ใช้แค่ความสวยความงามนั้น แต่อันที่จริงสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวถึง 80% เลยทีเดียว
เหงื่อ เป็นกลไกตามธรรมชาติของต่อมเหงื่อ (Eccrine Sweat Glands) ที่จะขับน้ำออกมาเพื่อรักษาสมดุลความร้อน เป็นการถ่ายเทอุณหภูมิในร่างกาย (Thermoregulation) เพื่อทำให้ร่างกายเย็นลงเมื่อมีความร้อนเกิดขึ้น แต่ในกรณีที่เหงื่อออกเยอะจนรักแร้เปียกชุ่มอยู่บ่อยๆ
สาเหตุการเกิดเหงื่อและกลิ่นตัว
- อุณหภูมิความร้อน ทั้งจากสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิภายในร่างกาย เช่น อากาศร้อน หรืออาการป่วยที่ทำให้มีไข้สูง
- อาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทคาเฟอีน ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ อาหารที่เผ็ดมากๆ ล้วนส่งผลให้มีเหงื่อมากขึ้น
- สภาวะทางอารมณ์ ความกลัว ความโกรธ ความเครียด หรือความวิตกกังวล ล้วนกระตุ้นให้เหงื่อออกได้
- ยาบางชนิด เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ก็ส่งผลให้มีเหงื่อออกมากขึ้นได้
- ฮอร์โมน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยทอง ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก ก็จะยิ่งทำให้เหงื่อออกง่ายขึ้น
ฉีดโบท็อกซ์รักแร้ คืออะไร
การฉีดโบท็อกซ์รักแร้ คือการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซิน ชนิด A (Botulinum toxin type A) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับการฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย โดยจะฉีดบริเวณรักแร้ 20-30 จุด เพื่อระงับการทำงานของสารสื่อประสาทอะซีทิลคอลีน (Acetylcholine) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการผลิตเหงื่อ ทำให้ปริมาณเหงื่อที่ออกหลังจากฉีดโบท็อกซ์ลดลงกว่า 80% ต่อการฉีด 1 ครั้ง หรือแทบไม่มีเหงื่อออกเลย และยังช่วยให้กลิ่นตัวลดลงด้วย
ฉีดโบท็อกซ์รักแร้ลดเหงื่อเหมาะกับใคร ?
การฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อที่รักแร้ เหมาะกับผู้ที่มีเหงื่อออกมากเกินไปจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน มีปัญหากลิ่นตัวจากเหงื่อ ทำให้ขาดความมั่นใจ นอกจากนี้ยังเหมาะกับ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้เหงื่อออกมากกว่าปกติ สามารถฉีด Botox ควบคู่ไปกับการรักษาโรคประจำตัว ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
- ผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์สำหรับลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว เช่น โรลออน สเปรย์ ครีม
- ผู้ที่ต้องการความมั่นใจ ไม่อยากให้มีเหงื่อออกใต้วงแขน เวลาใส่เสื้อ
- ผู้ต้องการผลลัพธ์การลดเหงื่อที่รักแร้อย่างรวดเร็ว ชัดเจน
หลังจากฉีดโบท็อกซ์รักแร้จะใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน ถึงจะเห็นผลว่าเหงื่อจะค่อยๆ ลดลง แต่กรณีที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนก็อาจจะทำให้มีการผลิตเหงื่อออกมาบ้าง
ฉีดโบท็อกซ์รักแร้อยู่ได้นานไหม ?
การคงผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อที่รักแร้จะอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน ต่อการฉีด 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกซ์ที่เลือกใช้ รวมถึงเทคนิคการฉีดของแพทย์ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ร่วมด้วย หากต้องการคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้
โบท็อกซ์รักแร้มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ?
- ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์รักแร้ ลดเหงื่อ
- ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก สะดวก เห็นผลเร็ว
- หลังฉีด สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ไม่เจ็บ ไม่มีแผลเป็น
- ช่วยลดปัญหากลิ่นตัวใต้วงแขนอย่างเห็นผล เป็นการเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต
นอกจากนี้ การฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อยังสามารถทำในตำแหน่งอื่นๆ ได้ด้วย เช่น มือ เท้า ในคนที่มีเหงื่อออกเยอะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ทั้งยังช่วยลดการหมักหมมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้าด้วยแต่การฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อไม่ใช้การรักษาที่ถาวร จึงต้องกลับมาฉีดซ้ำ
อย่างไรก็ตามการฉีดโบท็อกซ์รักแร้ลดเหงื่อ จะต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น ถึงจะคำนวณปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ในกรณีที่แพทย์ขาดประสบการณ์ ไม่ทราบเทคนิค หรือไม่มีความแม่นยำในการฉีดโบท็อกซ์รักแร้ ก็อาจทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควรหรือไม่เห็นผลได้
4 สูตร “แก้เท้าเหม็น” ลดปัจจัยเสี่ยงหมดปัญหาเรื่องกลิ่นกวนใจ
วิธีปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีดโบท็อกซ์รักแร้
- ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์รักแร้อย่างละเอียด และใช้บริการกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
- ก่อนฉีดควรงดยา วิตามินบางชนิด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น ยาแอสไพริน, NSAIDs และวิตามิน ginkgo biloba, primrose oil และ Vitamin E เป็นต้น
- งดยาผลัดเซลล์ผิว โกน แวกซ์ขนรักแร้ ก่อนฉีดโบท็อกซ์รักแร้
- หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีด
- หลังฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อที่รักแร้ 1 วันหลังฉีด ให้งดใช้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว
- งดการทำเลเซอร์รักแร้ประมาณ 2 สัปดาห์
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก 1 สัปดาห์
- ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเสียดสีใต้วงแขน (ไม่แนะนำให้ออกกำลังกายทันที ควรเว้นการออกกำลังกายหนักๆ อย่างน้อย 1 วัน)
นอกจากนี้ก่อนการฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อที่รักแร้ ยังต้องระวังในกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดต่างๆ หรือมีประวัติเคยแพ้ส่วนผสมของโบท็อกซ์ ดังนั้นคนไข้จะต้องแจ้งประวัติโรคที่เป็นกับยาที่รับประทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อประเมินว่าสามารถฉีดได้หรือไม่
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท
ภาพจาก : Freepik
“กลิ่นปาก” สัญญาณบอกสุขภาพช่องปากแย่ เช็กอาการบอกโรคเรื้อรัง