ระยะโรคงูสวัด อาการนำก่อนผื่นขึ้นตามแนวเส้นประสาทอักเสบ
งูสวัดไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์แต่ก่อโรคได้จากความเครียดและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช็กอาการก่อนโรคลุกลามมีภาวะแทรกซ้อนตามระยะ
งูสวัด โรคผิวหนังติดเชื้อไวรัส Varicella Zoster Virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสตัวเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส และ เป็นไวรัสตระกูลเดียวกับเริมแต่เป็นคนละสายพันธ์กันและไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์แต่สามารถติดต่อสู่ผู้ที่ไม่เคยมีประวัติเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนผ่านการสัมผัสกับตุ่มน้ำใส วมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำที่สัมผัสกับเชื้อโรคงูสวัดแบบแพร่กระจายผ่านทางการหายใจ
ดังนั้นจึงควรแยกผู้ป่วยโรคงูสวัดออกจากผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคโดยเฉพาะ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งนี้อากาศเปลี่ยนทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำทำให้โรคเพิ่มมากขึ้น
อาการของงูสวัดจะแบ่งเป็น 3 ระยะ
- ระยะแรก จะมีไข้ต่ำ ปวดเมื่อย ปวดแสบปวดร้อนตามร่างกายบริเวณที่กำลังจะขึ้นผื่น เพราะเส้นประสาทเกิดการอักเสบ
- ระยะที่ 2 จะมีผื่นและเป็นตุ่มแดงขึ้นก่อนกลายเป็นตุ่มน้ำพองใส
- ระยะที่ 3 จะมีการเรียงตัวของผื่นตามแนวเส้นประสาทและที่พบบ่อยจะเป็นบริเวณไขสันหลังข้างใดข้างหนึ่งบริเวณใบหน้า เป็นต้น
โดยปกติของคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติจะเกิดจากโรคตามแนวเส้นประสาทเพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น และส่วนใหญ่จะหายเองได้ใน 2 - 3 สัปดาห์ ซึ่งอาจจะทิ้งรอย
ขณะที่ในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมาก อาทิ ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคมะเร็ง มีโอกาสสูงที่จะเกิดโรคได้ทั้ง 2 ข้างของแนวเส้นประสาท หากเกิดทั้ง 2 ข้างอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนของโรค เช่น มีอาการปอดอักเสบร่วมด้วยและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ส่วนตำแหน่งที่น่ากลัวของการป่วยโรคงูสวัด คือ บริเวณแนวเส้นประสาทที่เลี้ยงใบหน้า เพราะอาจทำให้ตาบอดได้ ในกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำและผู้สูงอายุภายหลังจากที่หายจากอาการของโรคแล้วบางครั้งอาจจะต้องเผชิญกับอาการปวดเหมือนไฟช็อตอีกด้วย
เทียบเคียงอาการ “ฝีดาษวานร” กับไข้ทรพิษ เริม อีสุกอีใส และงูสวัด
อย่างไรก็ตามการเป็นงูสวัดถือเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ควรไปตรวจเช็กร่างกายเพิ่มเติมเพราะอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคเอดส์ มะเร็ง และที่พบส่วนใหญ่คือร่างกายอาจเกิดความเครียดจัดซึ่งโรคงูสวัดไม่ได้อันตรายถึงขั้นทำให้เสียชีวิต แต่ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อน ขณะนี้มียารักษาทั้งแบบยาฉีดและยากิน ส่วนใหญ่แพทย์จะให้ยาแบบกินเท่านั้น
วิธีป้องกันโรคงูสวัด
- หมั่นออกกำลังกาย
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- พักผ่อนให้เพียงพอ
ขณะที่ในกลุ่มเด็กเล็กควรฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส เพราะโรคงูสวัด 99% เกิดจากการเชื้อไวรัสตัวเดียวกับอีสุกอีใส เมื่อร่างกายอ่อนแอเชื้อไวรัสดังกล่าวก็จะแสดงอาการออกมาทำให้เป็นโรคงูสวัด ขณะที่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปควรฉีดวัคซีนงูสวัดเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนอันตราย อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ถึงข้อจำกัดต่างๆด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก :โรงพยาบาลราชวิถี
ภาพจาก : Freepik
“สะเก็ดเงิน” ไม่ใช่โรคติดต่อแต่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ รู้ก่อนชะลอได้
“แพ้เหงื่อตัวเอง” อย่าปล่อยให้เป็นอุปสรรคการใช้ชีวิต ทำอย่างไรให้หายคัน?