โรคการนอนผิดเวลา พบมากในผู้สูงอายุ สามารถเกิดกับวัยกลางคนได้หรือไม่?
หลายคนมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน บางคนทำงานกลางคืน นอนเช้า หรือ ทำกิจกรรมลากยาวและเปลี่ยนไปนอนเวลาอื่นแทนเข้าข่ายโรคนอนผิดเวลาที่พบมากในผู้สูงอายุหรือไม่ ?
นาฬิกาชีวภาพ (circadian rhythm) หมายถึง ลักษณะทางชีววิทยาตลอด 24 ชั่วโมงของแต่ละคนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน อุณหภูมิของร่างกาย การหลับและการตื่น เป็นต้น ไฮโปธาลามัส คือ ศูนย์การควบคุมนาฬิกาชีวภาพนั้นตั้งอยู่ที่ส่วนของสมอง ซึ่งจะทำงานสอดคล้องกับระบบอื่น ๆ ของร่างกาย
การเปลี่ยนแปลงของนาฬิกาชีวภาพ
เมื่อเราอายุมากขึ้นจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้นาฬิกาชีวภาพเริ่มเพี้ยนหรือเปลี่ยนไป
สาเหตุเนื่องจากความเสื่อมของสมองส่วนไฮโปธาลามัส การลดลงของเมลาโทนินในกระแสเลือด และการตอบสนองต่อแสงสว่างลดลง มีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณแสงสว่างและระยะเวลาที่ผู้สูงอายุออกไปรับแสงสว่างแสดงให้เห็นว่าปริมาณแสงสว่างที่ผู้สูงอายุได้รับนั้นมีแนวโน้มน้อยลงเรื่อย ๆ หากเริ่มมีอาการสมองเสื่อม และโดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้องเผชิญโรคต่าง ๆ ที่ทำให้ต้องนอนตามสถานพยาบาล เป็นธรรมดาที่ว่า เมื่อปริมาณแสงสว่างที่ได้รับในแต่ละวันเปลี่ยนแปลงไป วงจรการนอนหลับก็ย่อมเปลี่ยนตาม ผู้สูงอายุกลุ่มดังกล่าวจะเริ่มมีอาการตื่นนอนกลางดึกบ่อยครั้งขึ้น นอนหลับในตอนกลางวันบ่อยขึ้น
นอกจากนี้สิ่งที่เราพบได้บ่อยเกี่ยวกับการนอนหลับในผู้สูงอายุ ก็คือ ในผู้สูงอายุนั้นมักจะเกิดภาวะที่เรียกว่า “การนอนผิดเวลา” อยู่บ่อย ๆ หลายคนมาพบแพทย์แล้วมักเล่าให้ฟังว่า มักจะ "เข้านอนเร็วและตื่นเช้า"
เรื่องการนอนผิดเวลา หรือ นอนก่อนเวลาอันควร คือ เมื่อคนเราอายุมากขึ้นวงจรการนอนหลับจะเริ่มขยับเข้ามาเร็วกว่าปกติ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของร่างกายเวลาที่อุณหภูมิร่างกายเริ่มต่ำนั้นขยับเข้ามาเร็วกว่าปกติเมื่อเทียบกับตอนหนุ่มสาว ทำให้ง่วงเร็วขึ้น ส่วนใหญ่อุณหภูมิร่างกายผู้สูงอายุจะเริ่มต่ำตอนประมาณ 1 – 2 ทุ่ม แล้วเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเข้านอนไปประมาณ 8 ชั่วโมง และจะสูงที่สุดเมื่อเวลาประมาณ ตี 3 ถึง ตี 4 ดังนั้นผู้สูงอายุจึงมักเข้านอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นนอนมาเช้ากว่าปกติ ภาวะดังกล่าว เรียกว่า Advanced sleep phase syndrome (ASPS) ในช่วงวัยกลางคน ความชุกของโรค ASPS นั้นอยู่ที่ 1% แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ความชุกของโรคจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีก โดยขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดว่าเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์
7 สาเหตุทำให้ “นอนไม่หลับ” เช็กเลยคุณหรือเปล่าที่ต้องปรับพฤติกรรมด่วน
รักษาภาวะการนอนผิดเวลา
ตามจริงแล้วภาวะนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหากไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่สำหรับบางคนที่ได้รับผลกระทบในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากจากวงจรการนอนดังกล่าวอาจมาพบแพทย์เพื่อขอรับการรักษาเป็นราย ๆ ไป ส่วนใหญ่แล้วเมื่อมาถึงโรงพยาบาลจะมีการประเมินอาการโดยรวมและทำการทดสอบบางอย่าง เพื่อวัดระดับเมลาโทนินในร่างกายและตรวจดูความผิดปกติของวงจรการนอนหลับ
การรักษานั้นจะเน้นไปในทางที่ไม่ใช้ยาก่อนเป็นอันดับแรก การรักษาจะเป็นไปเพื่อปรับเปลี่ยนและเสริมความแข็งแรงของวงจรการนอนหลับ ได้แก่ Bright - light therapy นับเป็นการรักษาที่ดีที่สุดและได้ผลมากที่สุดในปัจจุบัน หลักการของมันก็คือ จะมีการเพิ่มแสงสว่างในช่วงเวลาหนึ่งของวันให้กับผู้ป่วย เพื่อเลื่อนเวลาการนอนหลับให้ยืดออกไปไกลขึ้น ผู้ป่วยจะถูกนำมารับแสงสว่างในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือ ช่วงเย็นๆอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อเลื่อนวงจรการนอนออกไป ซึ่งแท้จริงแล้วนอกจากจะเลื่อนวงจรการนอนออกไปได้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนระดับอุณหภูมิ และฮอร์โมนเมลาโทนิน ในร่างกายได้อีกด้วย
ซึ่ง Bright-light therapy ที่ดีที่สุดก็คือ “แสงอาทิตย์” ผู้ป่วยควรออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้างในช่วงบ่ายแก่ หรือ ช่วงเย็น ๆ วันละ 2 ชั่วโมง เพื่อเลื่อนเวลาการนอนให้ไกลขึ้น หากไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องนอนติดเตียงตลอด ที่สำคัญไม่แนะนำให้ใช้หลอดไฟปกติตามบ้าน เนื่องจากกำลังของแสงสว่างที่ผลิตออกมานั้นจะไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นประสาทรับรู้ของผู้สูงอายุ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวงจรการนอนได้ จะเห็นได้ว่า ปัญหาการนอนผิดเวลานั้น ในบางครั้งก็ส่งผลเสีย รบกวนชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คนอยู่เหมือนกัน ดังนั้นหากมีอาการดังกล่าว การมาพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาที่ถูกต้องก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับผู้สูงวัยทุกคน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
ภาพจาก Freepik
สูงอายุทำไมถึงต้องนอนน้อย? เพราะอายุจริงๆ หรือสัญญาณบอกโรคได้สารพัด