“อกบุ๋ม”ภาวะผิดรูปผนังทรวงอก ไม่รักษาอันตรายหรือไม่?
คุณผู้ชายบางรายมีภาวะอกบุ๋ม แนะอาการรุนแรงแบบไหนควรรีบพบแพทย์รู้หรือไม่ ? กรณีรุนแรงอาจไปกดเบียดปอดหรือหัวใจได้
อกบุ๋ม (Pectus Excavatum) ภาวะความผิดรูปของผนังทรวงอก เกิดจากการเติบโตผิดปกติของกระดูกอ่อนที่เชื่อมกระดูกหน้าอกและกระดูกซี่โครง ส่งผลให้หน้าอกยุบตัวกลายเป็นอกบุ๋ม ผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ แต่สูญเสียความมั่นใจในบุคลิกภาพ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติรุนแรงอาจไปกดเบียดปอดหรือหัวใจ หากกดเบียดลิ้นหัวใจอาจทำให้ลิ้นหัวใจรั่วได้
สาเหตุอกบุ๋มคืออะไร
การเกิดอกบุ๋มนั้นไม่ชัดเจน แต่มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมักมีโอกาสเป็นกระดูกสันหลังคดร่วมด้วย
โดยปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนให้พบอกบุ๋มได้ตั้งแต่แรกเกิด เช่น ความอ่อนแอของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เส้นเอ็นทั่วร่างกายหย่อนแต่กำเนิด เป็นต้น โดยอกบุ๋มจะปรากฏชัดเจนในช่วงอายุ 8 – 12 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะกับการรักษา
อกบุ๋มที่ควรมาพบแพทย์
- เจ็บหน้าอก
- เหนื่อยง่าย
- หายใจไม่สุด
- ออกกำลังกายได้น้อยลง
- ขาดความมั่นใจในตนเอง
วิธีการรักษาอกบุ๋ม
- การรักษาแบบไม่ผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่มีภาวะอกบุ๋มไม่รุนแรง สามารถรักษาได้ตั้งแต่เด็กอายุ 8 – 12 ปี โดยจะใช้อุปกรณ์ดูดผนังทรวงอก (Vacuum Bell) ดูดบริเวณหน้าอกที่ยุบให้ขึ้นมา วิธีนี้ใช้เวลารักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป ประมาณ 1 – 2 ปีจึงจะเห็นผล
- การรักษาแบบผ่าตัด เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษา มี 2 แบบ ได้แก่
- การผ่าตัดแบบเปิด เป็นวิธีที่ใช้มานาน โดยจะตัดกระดูกที่หน้าอกแล้วพลิกกลับมา หรือตัดบริเวณกระดูกอ่อนแล้วดันขึ้นมา
- การผ่าตัดส่องกล้องแบบแผลเล็ก เป็นการผ่าตัดส่องกล้องโดยใช้แท่งโลหะผ่านใต้กระดูกหน้าอก จากนั้นจะดัดกระดูกประมาณ 3 – 4 ปี ก่อนจะนำเหล็กออก วิธีนี้ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและฟื้นตัวได้ไว
แม้อกบุ๋มจะไม่มีอาการรุนแรง แต่ทำให้ผู้ป่วยเสียบุคลิกภาพ สูญเสียความมั่นใจตั้งแต่เด็ก ไม่อยากเข้าสังคม ไม่กล้าใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นหากรักษาอกบุ๋มแล้วจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ป่วยในการใช้ชีวิตอีกทั้งช่วยให้หายใจได้สะดวก
“ตากุ้งยิง” ทำไมหลายคนเป็นซ้ำบ่อย เกี่ยวกับการถ้ำมองหรือไม่?
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
ภาพจาก : shutterstock และ Freepik
"ท้องผูกเรื้อรัง" เร่งแก้ไขก่อนก่อนลำไส้พัง-ขั้นไหนควรพบแพทย์
รักษามะเร็งตับ ไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคนิค TACE และ ความร้อนฆ่าเซลล์