คลำเจอก้อนที่คอ กดเจ็บอาจอันตรายน้อยกว่าไม่เจ็บ เช็กความเสี่ยงโรค!
เจอก้อนที่คอ ไม่ว่าจะกดเจ็บหรือไม่เจ็บควรรีบพบแพทย์เพราะเป็นสัญญาณบางชนิดที่ควรระวัง!
เรื่องปกติที่บางครั้งลำคอของเราจะมีก้อนปูดขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งตื่นตูมไป เพราะหากพบเร็วและรู้ตัวไวก็มักรักษาได้ทัน ซึ่งทางการแพทย์ได้อธิบายไว้ว่า ปกติคอของคนเราแบ่งได้คร่าวๆ ออกเป็นบริเวณด้านข้าง ตรงกลาง เหนือไหปลาร้า และใต้คาง แต่หากเราแบ่งตามชั้นผิวหนัง
- ชั้นบน คือชั้นผิวหนัง ที่มีรูขุมขน ต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อต่างๆ สามารถเกิดสิว หรือก้อนผิวหนังที่นูนออกมาได้ชัด เช่น ไฝ หูด หรือติ่งเนื้อต่างๆ
- ชั้นลึก คือชั้นที่มีเนื้อไขมัน ลงไปลึกกว่านั้นก็จะมีกล้ามเนื้อ เส้นเลือด เส้นประสาท ในส่วนชั้นลึกนี้ เราจะพบต่อมน้ำเหลืองได้
มีก้อนที่คอ มีทั้งอันตรายและไม่อันตราย
ถ้าวันหนึ่งเราอยู่เฉยๆ แล้วมีก้อนขึ้นมา ให้เริ่มจากว่าก้อนนั้นเกิดบริเวณไหน จากนั้นค่อยดูว่าก้อนนั้นมีอาการเจ็บหรือเปล่า ถ้ามีขนาดเกิน 1 ซม. ลักษณะนี้อาจจะเกิดการอักเสบได้จากทั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ซึ่งสามารถเป็นอันตรายและไม่เป็นอันตรายได้ในเวลาเดียวกัน
ถ้าหากกดเจ็บมักเกิดจากการติดเชื้อ ถ้าเป็นเชื้อแบคทีเรียที่รักษาได้เร็วไม่ลุกลามเป็นฝีหนองก็ไม่อันตราย
แต่ถ้าเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบจากเชื้อไวรัส เช่น HIV และวัณโรคต่อมน้ำเหลือง ที่เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าติดมาตอนไหน ก็สามารถทำให้ร่างกายอ่อนแอลงได้ หากไม่ได้รีบตรวจรักษาโดยทันที
นอกจากนี้ถ้ามีก้อนโตขึ้นบริเวณตรงกลาง หรือคอด้านข้าง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นไทรอยด์ ซึ่งจะมีอาการร่วมกับการมีความรู้สึกว่ามีก้อนเคลื่อนขึ้นลงขณะกลืน นอกจากต่อมน้ำเหลืองและไทรอยด์ที่เจอได้บ่อยแล้ว ยังมีก้อนที่มาจากตุ่มหนอง หรือพวกฝีหนองที่เกิดบนผิวหนังได้ แบบนี้จะให้ความรู้สึกที่นูนขึ้นมาอย่างชัดเจน ซึ่งจะต่างจากต่อมน้ำเหลืองและไทรอยด์
ตามความเข้าใจของคนทั่วไป เรามักจะคิดว่าถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้น หรือมีก้อนขึ้นมาโดยไม่แสดงอาการเจ็บปวด มักไม่ใช่อาการรุนแรงที่จะต้องเป็นกังวล แต่ในมุมของแพทย์
ถ้าเจ็บก็ถือว่ารุนแรงน้อยกว่าไม่เจ็บ เพราะถ้าเจ็บมักจะเกิดจากการติดเชื้อ หรือถ้าต่อมน้ำเหลืองเจ็บ แล้วเจ็บนานๆ ก็อาจจะเป็นฝีที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตายไป ทำให้กลายเป็นหนองเกิดขึ้น การรักษาจะทำโดยการให้ยาฆ่าเชื้อแล้วระบายหนองออก เป็นการรักษาที่เจ็บแต่จบ
มีก้อนที่เจอแต่ไม่เจ็บอาจเป็นสาเหตุมาจากเนื้องอก ที่มีทั้งจากไทรอยด์ และมะเร็งในช่องคอและปากแพร่กระจายมา
ส่วนมะเร็งต่อมน้ำเหลืองผู้ป่วยก็จะมีอาการต่อมน้ำเหลืองที่คอโตได้ แต่ถ้าเป็นวัณโรค อาการอาจจะเจ็บน้อยหน่อย หรือบางทีไม่เจ็บเลย แต่การรักษาจะใช้เวลานาน ต้องกินยานาน 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
สำหรับต่อมไทรอยด์ส่วนใหญ่มักไม่เจ็บ ยกเว้นอักเสบ รวมถึงมีก้อน ซึ่งการรักษาสำหรับคนไข้ไทรอยด์ที่ไม่มีอาการเจ็บ จะต้องทำการเจาะตรวจและอัลตราซาวด์ เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นเนื้อร้ายหรือเนื้อดี ถ้าเป็นแค่ติ่งเนื้อทั่วไปหรือเป็นก้อนซีสต์ก็แค่ติดตามเฝ้าดูอาการทุกๆ 6 เดือนถึง 1 ปี
ก้อนโตบริเวณคอที่พบบ่อย มักเกิดจากโรคอะไร ?
- ต่อมน้ำเหลืองคอติดเชื้อแบคทีเรีย ที่มาจากบริเวณโพรงจมูก ช่องปาก กล่องเสียง หรือผิวหนังใบหน้า
- ต่อมน้ำเหลืองคอติดเชื้ออื่นๆ เช่น ไวรัส วัณโรคต่อมน้ำเหลือง
- เนื้องอกชนิดไม่ใช่มะเร็งที่เกิดบริเวณ
- ผิวหนังชั้นบน เช่น ไฝ หูด
- เนื้อเยื่อชั้นลึก เช่น เนื้องอกไทรอยด์ ต่อมน้ำเหลืองโต เนื้องอกของหลอดเลือด เนื้องอกไขมัน
- มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)
- ต่อมน้ำเหลืองที่แพร่มาจากส่วนอื่นๆ (Metastatic cervical lymphadenopathy) เช่น จาก ไทรอยด์ หู คอ จมูก กล่องเสียงและปอด เป็นต้น
ถ้าก้อนนี้โตเร็วและเจ็บเยอะขึ้น หรือมีอาการไข้ร่วมกับมีน้ำหนักลด เบื่ออาหารโดยที่ไม่ทราบสาเหตุหรือมีอาการเจ็บในช่องปาก มีแผล ไอเป็นเลือด ซึ่งไอเป็นเลือดนี้มักจะแสดงถึงอาการของวัณโรค มีขนาดใหญ่เกิน 1 ซม. ขึ้นไป หรือมีก้อนหลายก้อน ถ้ามีอาการหนึ่งอาการใดของทั้งหมดนี้ ควรจะต้องรีบมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ทั้งนี้ยังต้องคอยสังเกตความผิดปกติต่างๆ ด้วยวิธีการจับหรือคลำด้วยตัวเองทุกๆ 1-2 เดือน โดยอาจจะทำในระหว่างฟอกสบู่ขณะอาบน้ำ ซึ่งจะพบได้ง่ายกว่า เพื่อจะได้รู้ถึงความผิดปกติของร่างกายที่สามารถหาแนวทางการรักษาได้ทันการ!
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท
วีเนียร์ (VENEER) ทางเลือกเสริมบุคลิกเพิ่มเสน่ห์ให้รอยยิ้ม!
ตรวจ DNA สร้างพิมพ์เขียวร่างกายวางแผนสุขภาพ ป้องกันชะลอโรคพันธุกรรม