เชื้อราที่เล็บ อันตรายแค่ไหน? รักษาด้วยยาฆ่าเชื้อที่บางรายต้องระวัง!
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เผยเชื้อราที่เล็บเป็นเชื้อราชนิดกลากแท้หรือกลากเทียมที่เล็บ จากการสัมผัสพื้นผิวที่สกปรก หรือติดเชื้อจากบริเวณอื่น หรือใช้รองเท้าร่วมกับผู้อื่น เผยอันตรายและวิธีการรักษา
เชื้อราที่เล็บ (onychomycosis) เกิดจากการสัมผัสดินหรือพื้นผิวที่สกปรก หรือติดเชื้อจากบริเวณอื่นหรือใช้รองเท้าร่วมกับผู้อื่น ซึ่งการป้องกันจากโรคเชื้อราที่เล็บนั้น ควรรักษาความสะอาดของมือเท้า และเล็บอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช้กรรไกรตัดเล็บ หรือรองเท้าและของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ม่ควรเดินเท้าเปล่าบนดินหรือพื้นผิวสกปรก และควรเลือกรองเท้าหรืออุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
ถ้าสังเกตเห็นโรคเชื้อราขึ้นตามผิวหนังบริเวณอื่น เช่น มือ เท้าและลำตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่าง ถูกวิธี เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อราที่เล็บหรือที่ผิวหนังบริเวณอื่นตามมา
โรคเชื้อราที่เล็บมีลักษณะเล็บที่หนาขึ้นและเปลี่ยนสีเป็นสีขาว เหลือง น้ำตาลหรือดำ มีรูปร่างผิดปกติ ใต้เล็บเป็นขุย และถ้าอาการรุนแรงมากขึ้น อาจมีอาการเจ็บที่เล็บได้ ซึ่งการรักษาโรคติดเชื้อราที่เล็บนั้น เมื่อพบว่าตนเองเป็นควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย
รักษาเชื้อราที่เล็บ
การรับประทานยาฆ่าเชื้อรา สำหรับเล็บมือ จะใช้เวลา 2 – 3 เดือน และ เล็บเท้าจะใช้เวลา 3 – 4 เดือน
ผู้ป่วยที่รับประทานยาควรได้รับการตรวจเลือดเพื่อเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้การรักษาด้วยยาต้องระมัดระวังในการรับประทานยาฆ่าเชื้อราควบคู่กับการรับประทานยาชนิดอื่นเพราะอาจมีผลกระทบได้ในผู้ป่วยที่มีอาการมาก ในกลุ่มนี้อาจต้องได้รับการรักษาทั้งยารับประทานและยายาทาฆ่าเชื้อราควบคู่กัน ก่อนใช้ยาทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ ผู้ที่มีการตอบสนองไม่ดีต่อการรักษา เช่น โรคเบาหวานที่ยังควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี โรคที่มีผลต่อหลอดเลือดปลายนิ้ว ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
อากาศชื้น เหล่าทาสระวัง “เชื้อราแมว” วิธีรักษา-ป้องกัน
ชายไต้หวัน ติดเชื้อทางเดินทางใจ ไอไม่หยุด รุนแรงจนซี่โครงหัก
สธ.เผยนอนดึกตื่นเที่ยง นาฬากาชีวิตรวนเสี่ยงโรคหัวใจ-เบาหวาน กระทบสมอง