อากาศชื้น เหล่าทาสระวัง “เชื้อราแมว” วิธีรักษา-ป้องกัน
โรคหนึ่งที่น่าสนใจในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ และเชื่อว่าเหล่าทาสคงเคยเป็นอย่างน้อยคยละ1-2 ครั้งซึ่งเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราติดต่อจากสัตว์เลี้ยงมาสู่คน แม้จะไม่รุนแรงนัก แต่เมื่อเป็นแล้วมักทิ้งร่องรอยจุดด่างดำเอาไว้บนผิวหนังน่ากลุ้มใจไม่แพ้กัน
เชื้อราแมว (Microsporum canis) คือเชื้อราที่ทำให้แมวเป็นโรคผิวหนัง แมวที่ติดเชื้อจะมีขนหลุดออกมาเป็นหย่อม ๆ ผิวหนังแดง แห้ง ลอกเป็นขุย ๆ และมีการตกสะเก็ดร่วมด้วย ซึ่งผู้ที่ชอบสัมผัสกับแมวโดยไม่ทำความสะอาดหลังจากสัมผัสมีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ นอกจากแมวแล้วสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ เช่น สุนัข แฮมสเตอร์ ก็สามารถพบการติดเชื้อรานี้ได้เช่นกัน
อาการของผู้ที่ติดเชื้อราแมว
- ผื่นแดงขึ้นตามร่างกายทั้งวงเล็กและวงใหญ่
- มีขุยขึ้นตามบริเวณรอบ ๆ ผื่นแดงมีอาการคันตามผื่นแดง
- อาจเกิดผื่นแดงเพิ่มขึ้นเมื่อเกาที่บริเวณผื่นแดงและไปสัมผัสจุดอื่น ๆ บนร่างกาย
- หากมีการติดเชื้อที่หนังศีรษะอาจพบเส้นผมในบริเวณที่ติดเชื้อร่วงเป็นหย่อม
วิธีรักษาเชื้อราแมวในผู้ป่วย
- ให้ทายาฆ่าเชื้อราที่ได้รับจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยอาการต่าง ๆ จะดีขึ้นภายใน 3 สัปดาห์ หากพบผื่นจำนวนมาก แพทย์อาจให้รับประทานยาต้านเชื้อราควบคู่กับการทายาฆ่าเชื้อราไปด้วย
- สำหรับการติดเชื้อบนหนังศีรษะ ควรรับประทานยาต้านเชื้อราตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่องการใช้ยาทาหรือแชมพูฆ่าเชื้อราเพียงอย่างเดียวอาจมีประสิทธิภาพในการรักษาไม่เพียงพอ
6 กลุ่มอาหารป้องกัน “โรคภูมิแพ้” บอกลาหวัดร่างกายแข็งแรง
การป้องกันเชื้อราแมวและการกลับมาเกิดซ้ำ
- หลังสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงให้ล้างมือทุกครั้ง
- ทำความสะอาด-อาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ
- ทำความสะอาดสิ่งของภายในบ้านที่สัตว์เลี้ยงมีการสัมผัส เช่น โซฟา หมอน พรมปูพื้น เป็นต้น
- หากมีการติดเชื้อราแมว หลังรักษาคนแล้วควรนำสัตว์เลี้ยงไปรักษาด้วย
- ไม่ควรคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงมากเกินไป เช่น การนอนร่วมที่นอนเดียวกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
นอนแล้วขากระตุกจนสะดุ้งตื่น ภาวะที่ยังไม่ทราบสาเหตุแต่อาจแฝงโรค
7 ข้อต้องห้ามหลังกินอิ่ม ยิ่งทำระบบย่อยอาหารยิ่งพัง-เสี่ยงสารพัดโรค