ก่อนนอนควรทาครีมกันแดดไหม? แนะวิธีเลือกซื้อครีมให้เหมาะกับแดดเมืองไทย!
ช่วงหน้าร้อนคือช่วงที่แสงแดดแรงมาก จนทำให้เราแสบผิวได้ง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่ละเลยครีมกันแดดที่อาจทำห้เกิดมะเร็งผิวหนังได้!
แสงแดด หรือ แสงอาทิตย์เป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายกับเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ผิวอักเสบ สูญเสียคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ผิวคล้ำเสีย เกิดฝ้ากระ และเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ในแสงแดดจะประกอบไปด้วย แสงอินฟราเรดแสงที่มองเห็นและแสงที่มองไม่เห็น นั่นก็คือรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet: UV) หรือรังสียูวีที่เรารู้จักกันนี้แหละ
Magnific/ nensuria
ทาครีม
เทคนิคการเลือกครีมกันแดด
การทาครีมนับเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะจะช่วยป้องกันเซลล์ผิวหนัง อีกทั้งไม่ใช่ว่าจะเป็นครีมกันแดดอะไรก็ได้ แต่ต้องเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับตนเองและสามารถป้องกันผิวได้ทั้งจากแสง UVB และ UVA โดยสามารถสังเกตจากค่า SPF และ PA ตามลำดับโดย ควรเลือกระดับ SPF 30 ขึ้นไป และระดับ PA 3+ ขึ้นไป (ตามมาตรฐานของ EU ในส่วนของหลักการพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดด)
- เลือกเนื้อผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำ หากทำงานที่บ้าน แนะนำให้เลือกเนื้อสัมผัสที่สบายผิว ไม่หนักผิวจนเกินไป และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน อาจไม่จำเป็นต้องเลือกแบบกันน้ำ กันเหงื่อ เนื่องจากไม่ได้ทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก
- ควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น หากมีสภาพผิวมันก็เลือกใช้แบบเจลหรือแบบโลชั่น หรือเนื้อสัมผัสที่เราชอบ
- เลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรด (IR) หรือรังสีความร้อนที่เราสัมผัสได้โดยตรง และแสงสีฟ้า (BL) ที่มาจากจอคอมพิวเตอร์ มือถือ และแท็บเล็ตได้
- เลือกครีมกันแดดที่ไม่มีสารก่อการอุดตัน (Occlusive Agents) เช่น ลาโนลิน (Lanolin) พีจี หรือโพรพิลิน ไกลคอล (Propylene Glycol) ที่ทำให้เกิดสิวอุดตัค่ะ อยากให้ช่วยนได้ง่าย แนะนำให้เลือกใช้ครีมกันแดดประเภท Physical Sunscreen ซึ่งมีสารประกอบ เช่น Zinc Oxide และ Titanium Dioxide เพราะอุดตันรูขุมขนน้อย และไม่ดูดซึมเข้าสู่ชั้นผิว
- เลือกครีมกันแดดที่ไม่ก่อให้เกิดสิว ไม่มีสารกันบูด ไม่มีน้ำหอม
- เลือกครีมกันแดดที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้ผิวแห้ง
หากใช้ครีมกันแดดแล้วเกิดผลเสียหรือแพ้ มีผื่นขึ้น ต้องให้หยุดใช้ทันที เพราะอาจจะเกิดอาการแพ้รุนแรงได้!
อยู่แต่ในบ้านครีมกันแดดจำเป็นไหม?
หากจะต้องทำงานอยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน หลายคนอาจมีความสงสัยว่า ยังต้องทาครีมกันแดดอยู่หรือไม่ บางคนอาจคิดว่าเมื่อไม่โดนแดดจึงไม่มีความจำเป็นต้องทา แต่บางคนอาจยังมีความกังวลเรื่องแสง UV จากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ โทรทัศน์ หรือจอคอมพิวเตอร์
ความเป็นจริง แล้วอุปกรณ์เหล่านี้แทบไม่มีรังสี UV ปล่อยออกมาเลย หรือหากมีก็อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ไม่มีผลเสียต่อผิวหนังแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องกังวลน่าจะเป็นรังสี UVA จากแสงที่เล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่างหรือกระจกมากกว่า ซึ่งหากเป็นกระจกใสแล้ว แสง UVA จะสามารถทะลุผ่านได้ถึง 75% ในขณะที่กระจกสีหรือกระจกสะท้อนแสง รังสี UVA จะทะลุผ่านได้ถึง 25-50% (ส่วนรังสี UVB ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกได้)
ดังนั้น ถึงแม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะแทบไม่ปล่อยรังสี UV ออกมาเลย แต่หากต้องการปกป้องผิวจากแสงแดดที่อาจทะลุมาตามหน้าต่างหรือกระจกขณะอยู่ในบ้าน
ก็แนะนำว่าควรทาครีมกันแดดอยู่เสมอ โดยใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA ที่เหมาะสม (SPF 30 และ PA 3+ ขึ้นไป) พร้อมกับปิดม่าน พยายามนั่งให้ห่างจากหน้าต่างมากที่สุด หรือเปลี่ยนไปใช้กระจกลามิเนตแทนกระจกใส และติดฟิล์มกรองแสงเพื่อกรองรังสี UVA ที่ผ่านทะลุกระจกเข้ามา รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงการอยู่ในจุดที่แสงแดดส่องถึง ก็จะช่วยป้องกันรังสี UVA ที่จะเข้ามาทำร้ายผิวได้
อย่างไรก็ตาม คุณอาจไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดในตอนกลางคืนหรือก่อนนอนเพราะมีรังสียูวีต่ำมาก ควรเน้นการบำรุงผิวด้วยเซรั่มที่มีส่วนผสมไวท์เทนนิ่งเพื่อดูแลผิวให้กระจ่างใส หรือ ครีมที่มีสารช่วยปลอบปะโลมผิวจากการไหม้แดดอย่างว่านหางจระเข้ เพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรงจากการเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะตลอดทั้งวัน
กลุ่มอาหารสู้แดด ช่วยผลิตคอลลาเจน ป้องกันและซ่อมแซมผิวถูกเผา!
การทาครีมกันแดดที่เหมาะสม
- หากทำงานที่บ้าน อยู่ในที่ร่มตลอด เหงื่อไม่ออก ก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง แต่หากต้องออกไปข้างนอก อยู่กลางแดด ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง ไม่ว่าครีมกันแดดนั้นจะมี SPF หรือ PA เท่าไหร่ก็ตาม
- ปริมาณครีมกันแดดที่เหมาะสมต่อการทาผิวหน้า 1 ครั้ง ควรบีบครีมกันแดดไม่น้อยกว่า 2 มิลลิกรัม หรือประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ/เหรียญ 10 บาท หากเป็นรูปแบบน้ำหรือสเปรย์ ควรใช้ในปริมาณที่มากกว่าแบบครีม
- นอกจากใบหน้าแล้ว อย่าลืมทาครีมกันแดดบริเวณคอ ใบหู และลำตัวด้วย
- หากใช้ครีมกันแดดแบบ Chemical ควรทาก่อนออกไปเจอแดดอย่างน้อย 30 นาที แต่หากเป็นแบบ Physical ก็สามารถทาแล้วเจอแดดได้เลย
จะเห็นได้ว่า ครีมกันแดดนั้นทำหน้าที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันผิวไม่ให้ผิวโดนทำร้ายจากรังสียูวีในแสงอาทิตย์ ดังนั้น จึงแนะนำว่าควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA ที่เหมาะสมทุกวัน ถึงแม้ว่าวันนั้นเราจะต้องทำงานหรืออยู่ในบ้านตลอดก็ตาม ร่วมกับการป้องกันในส่วนอื่นๆ เช่น การติดฟิล์มกรองแสงที่กระจก ทั้งนี้ ก็เพื่อปกป้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และผิวแก่ก่อนวัยอันควร
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช
"เหงื่อออกตอนกลางคืน" ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม อาจเป็นสัญญาณบอกโรค!
เตือนภัยหน้าร้อน! ฮีทสโตรก เสี่ยงรุนแรงทำลายระบบสมอง! อันตรายถึงชีวิต