ประสบการณ์ “ปิงปอง” อ้วนจนหมอนรองกระดูกปลิ้น เสี่ยงอัมพาต
น้ำหนักเกินไม่ใช่แค่อ้วน ชวนรู้เกี่ยวกับโรคอ้วนไปพร้อมกับสายแข็งจอมโซ้ย “ปิงปอง” ที่เคยเต้นจนเกือบตาย เพราะหมอนรองกระดูกปลิ้น เสี่ยงอัมพาต
จุดแข็งสายโซ้ยที่ทีมงานวงการบันเทิงต่างยกให้ ตกเป็นของพิธีกรและนักแสดงอารมณ์ดีหุ่นพลัสไซส์ “ปิงปอง-ธงชัย ทองกันธม” ที่แม้เจ้าตัวจะไม่เคยมีอาการหน้ามืดจากปัญหาโรคอ้วนมาก่อน แต่ล่าสุดได้ออกมานั่งเปิดใจพูดคุยกับ “น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” ผ่านรายการ “จุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS” ว่าเคยอ้วนเกินพิกัดจนเสี่ยงเป็นอัมพาต!
โดย “ปิงปอง” เล่าให้ฟังว่า ตัวเองเคยเต้นจนเกือบตาย เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตัวเองน้ำหนักตัวเกินพิกัด แตะ 135 กิโลกรัม แล้วช่วงนั้นกำลังถ่ายรายการ จะมีอยู่ช็อตหนึ่งที่ตัวเองต้องเต้นแล้ว ยกเพื่อนขึ้นๆ ลงๆ เพื่อทายคำใบ้ แต่ยกเพื่อนไปมา อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงอึ้ก แล้วก็รู้สึกว่าทำไมปวดจัง แต่พอตกดึกคืนนั้นนอนเหยียดเท้า แล้วแค่กระดิกนิ้วโป้งเท้า ก็ดันรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว จนรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราอ้วนจนเกิดภาวะอะไรขึ้นกับเราหรือเปล่า จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ ปรากฏว่าเป็น “หมอนรองกระดูกแฉลบปลิ้นทับปลายเส้นประสาท” ซึ่งเสี่ยงเป็นอัมพาตได้ แพทย์ขอให้ผ่าตัดเลย แต่ตัวเองไม่อยากผ่าตัด จึงขอลดความอ้วนลง ลดไปถึง 120 กิโลกรัมก็อาการดีขึ้น
แต่ล่าสุดน้ำหนักกลับมาแตะ 135 กิโลกรัมอีกครั้ง และโรคหมอนรองฯ กลับมากำเริบอีก ถึงขนาดที่วันอัดรายการเจ้าตัวต้องใส่เฝือกมาด้วย
เมื่อมีโรคเกิดขึ้นตามมาแบบนี้ ทางรายการจึงนำคำแนะนำดี ๆ จาก นพ. ศิขริน ศรพิพัฒน์พงศ์ ศัลยศาสตร์การผ่าตัดผ่านกล้องขั้นสูง โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน มาช่วยไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ “โรคอ้วน” รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งสามารถเป็นตัวการความเสี่ยงให้เกิดโรคต่างๆ ที่จะตามมาได้
อ้วนแบบไหนอันตราย
ส่วนใหญ่ให้ดูด้วยค่าดัชนีมวลกาย (BMI : Body Mass Index) โดยจะมีสูตรในการคำนวณคือ
BMI = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง
ถ้า BMI เท่ากับ 23.0 เป็นต้นไป จะถือว่าน้ำหนักเกินมาตรฐานแล้ว ซึ่งเริ่มอันตรายแล้ว เพราะจะเสี่ยงโรคร่วมต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นมาจากความอ้วนได้
อย่างไรก็ตาม สามารถเช็กค่า BMI ได้ง่ายๆ เพียงแค่กรอกน้ำหนักส่วนสูง ผ่านเว็บไซต์โรงพยาบาลกรุงเทพได้เลย (คลิก)
พฤติกรรมเลี้ยงดูในวัยเด็กมีผลต่อโรคอ้วน
บางคนอยากปั้นลูกให้อ้วนตอนเด็กๆ เพราะดูน่ารัก แต่อาจทำให้ลูกติดกินหวาน กินขนม สืบเนื่องมาจนโตได้
ด้วยค่านิยมแบบนี้ ทำให้โรคอ้วนในวัยเด็กพบมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเด็กกลุ่มนี้อาจพัฒนาให้เป็นโรคอ้วนที่ต้องได้รับการผ่าตัดในอนาคตได้
ยิ่งอ้วน ยิ่งเสี่ยงหลายโรค
ถ้าเราพยายามจะลดน้ำหนัก แต่ลดละเลิกของอร่อยไม่ได้สักที สิ่งที่ตามมาแน่ๆ คือโรคเกี่ยวกับหัวใจ เพราะโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง ที่มาจากภาวะอ้วน จะเป็นคอมโบที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวายได้
ที่สำคัญบางคนน้ำหนักตัวมากถึง 200-300 กิโลกรัม จะตรวจ CT Scan หรือ MRI บางทีก็เข้าเครื่องไม่ได้ ต้องไปเอาเครื่อง MRI ที่เอาไว้ใช้กับช้างมาใช้ ดังนั้นยิ่งน้ำหนักตัวเยอะ ยิ่งตรวจร่างกายลำบาก
ความอ้วนส่งผลกับสมรรถภาพทางเพศ
ความอ้วนส่งผลกับสมรรถภาพทางเพศ เพราะเนื้อเยื่อไขมันต่างๆ ที่สะสมเยอะเกินไป จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ผิดปกติขึ้นมา จึงส่งผลต่อความต้องการทางเพศนั่นเอง
โรคอ้วนจำเป็นต้องพบจิตแพทย์หรือไม่
ต้องดูว่าเราเครียดแล้วกินเยอะขึ้นหรือเปล่า หรือมีความผิดปกติทางจิตใจบางอย่างหรือไม่ เพราะบางโรคจิตเวช ก็ส่งผลทำให้กินมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นถ้าเราคุมในจุดนี้ไม่ได้ ก็จะรักษายากขึ้น
ผู้ป่วยโรคอ้วนกลุ่มหนึ่งจึงจำเป็นต้องพบจิตแพทย์ก่อนว่า เขามีผลกระทบทางจิตเวชที่ทำให้กินมากขึ้นหรือไม่ จะได้ควบคุมได้ และรักษาโรคอ้วนได้ง่ายขึ้น
บางคนกินจุแต่ทำไมไม่อ้วน
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพันธุกรรม ถ้ากรรมพันธุ์ผอม โอกาสที่ลูกจะอ้วนก็น้อยกว่า แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่อ้วน ลูกก็จะมีโอกาสอ้วนด้วย
อีกปัจจัยที่ทำให้ให้อ้วน คืออายุ เมื่ออายุมากขึ้น การเผาพลาญจะลดลง รวมถึงโอกาสที่จะออกกำลังกายอาจลดลงด้วย เนื่องจากมีภาระงานที่ต้องดูแลมากขึ้น ด้วยเหตุนี้อายุจึงมีผลเช่นกันที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม
สุดท้ายคือการมีโรคซ่อนอยู่อาจส่งผลให้อ้วนได้เช่นกัน อาทิ ไทรอยด์น้อยกว่าปกติ ส่งผลให้ระบบการเผาพลาญในร่างกายผิดปกติ มีผลกับน้ำหนักตัวที่จะเพิ่มขึ้นด้วยนั่นเอง
รายการจุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS
รายการจำลองภาพปิงปองน้ำหนักลดลง
อ้วนแบบหมูแข็งแรง ไม่มีอยู่จริง
เมื่อไม่ได้อยากผอมขนาดนั้น แต่จะอ้วนแบบหมูที่แข็งแรง ตอนเด็กๆ อาจเป็นได้ แต่ในวัยผู้ใหญ่อายุ 30 บวกแบบนี้คงไม่ได้แล้ว เพราะเมื่อน้ำหนักเกิน ปัญหาโรคร่วมจะมาทันที
“ว่ายน้ำ” กีฬาลดอ้วนสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ
กีฬาที่จะช่วยลดความอ้วนสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะคือ “ว่ายน้ำ” เพราะน้ำ จะทำให้น้ำหนักตัวเราลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราออกกำลังกายได้มากขึ้น อีกทั้งน้ำยังมีแรงต้าน จะเหมือนกับเรายกเวทไปในตัวด้วย
การว่ายน้ำจึงเป็นการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์คนเป็นโรคอ้วนที่สุด แต่ถ้าไม่อยากว่ายน้ำ อาจเลือกยกเวท หรือเดิน เสริมความแข็งแรงไปเรื่อยๆ ก่อน เพราะเมื่อเราแข็งแรง เราจะออกกำลังกายได้นานขึ้น ร่างกายรับน้ำหนักเราได้ดีขึ้นนั่นเอง
แม้ลดน้ำหนักได้ตามเกณฑ์แล้ว ยังกลับมาอ้วนได้
ภายในระยะเวลา2-3 ปีจะเป็นช่วงน้ำหนักลด หลังจากน้ำหนักลดร่างกายมาปรับตัวให้กินเยอะขึ้น ตรงนี้อาจจะกลับมาน้ำหนักเพิ่มได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคอ้วนที่ได้รับการผ่าตัด เมื่อผ่าตัด น้ำหนักลดลงตามเกณฑ์แล้ว ควรจะมาติดตามอาการตลอด 1-2 ครั้งต่อปี
เพราะมีหลายคนที่เมื่อผ่านพ้นไป 2-3 ปี แล้วไม่ได้มาติดตามอาการกับแพทย์ เพราะกลับไปกินเยอะเหมือนเดิม แล้วกลัว ไม่อยากมาพบแพทย์ สุดท้ายคนไข้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะกลับไปอ้วนเหมือนเดิม ที่ควรระวังมากกว่านั้นคือ หากต้องเข้าผ่าตัดครั้งที่ 2 ผลจะไม่ค่อยดีแล้ว จึงอยากให้หมั่นกลับมาติดตามอาการกับแพทย์จะดีที่สุด
“หมอนรองกระดูกแตก” ไม่ได้เกี่ยวกับโรคอ้วน
ทั้งนี้ หมอนรองกระดูกแตก ไม่ได้เกิดจากโรคอ้วน แต่เกิดจากการยกน้ำหนักมากเกินไปขึ้นที่สูง เพราะเมื่อส่งน้ำหนักมากเกินไป หมอนรองกระดูกในร่างกายเราจะปลิ้นออกมาตรงกลาง แล้วไปกดที่ไขสันหลัง ส่งผลให้เมื่อเป็นมากๆ จะมีอาการเจ็บ และหากไปกดทับเส้นประสาท จะทำให้ชา แขนขาอ่อนแรงได้ นอกจากนี้หากไปกดไขสันหลัง แขนขาจะอ่อนแรง มีอาการชาเรื้อรัง จนถึงขั้นต้องพิจารณาเรื่องผ่าตัด
ความอ้วน อาจดูน่ารัก แต่ก็ทำให้ตะขิดตะขวงใจกับโรคร่วมที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นอย่าให้อดีตที่เคยสุดต้องมาหยุดที่หมอ! แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เป็นอะไร แต่อย่างน้อยถ้าสุขภาพดี การทำงานก็จะโฟลว์ขึ้น