“ลูคีเมีย” มะเร็งเม็ดเลือดขาว เลือดออกง่าย ติดเชื้อบ่อย สัญญาณรีบพบแพทย์
มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือที่รู้จักกันว่า “ลูคีเมีย” ภาวะที่เลือดกลายเป็นมะเร็ง โรคร้ายอันตราย รู้จัก อาการสัญญาณและวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย (Leukemia) คือ ภาวะที่เม็ดเลือดขาวกลายเป็นมะเร็งมีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวอย่างมากมาย จนร่างกายของเราไม่สามารถควบคุมมันได้ เซลล์มะเร็งเหล่านี้จะไปอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และมีภูมิคุ้มกันต่ำ
ปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งเม็ดเลือด
- การได้รับรังสีเป็นจำนวนมาก เข่น ระเบิดปรมณู
- ทางพันธุกรรม เช่น เด็ก Down’ syndrome
- ผู้ที่ทำงานสัมผัสสารเคมี เช่น benzene
- การได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งกระแสไฟฟ้ากำลังสูง แต่ยังต้องรอการศึกษายืนยัน
ชนิดของมะเร็งเม็ดเลือด
- Acute lymphocytic leukemia (ALL) พบมากในเด็ก
- Acute myeloid leukemia (AML พบมากผู้ใหญ่
- Chronic lymphocytic leukemia (CLL) พบมากในคนอายุมากกว่า 55 ปี
- Chronic myeloid leukemia (CML) พบในผู้ใหญ่
อาการมะเร็งเม็ดเลือด
- มีไข้หนาวสั่น บางครั้งเหมือนหวัด
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด
- มีการติดเชื้อบ่อย
- บวมและเจ็บบริเวณต่อมน้ำเหลือง ตับ ม้าม
- เลือดออกง่ายบริเวณผิวหนัง ไรฟัน ตา
- ปวดกระดูก
ซึ่งการวินิจฉัย แพทย์ จะตรวจร่างกาย หากพบ ตับโต ม้ามโต ต่อมน้ำเหลืองโต และเจาะเลือดตรวจในเบื้องต้น หากสงสัยว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะเจาะตรวจไขกระดูก เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็งในไขกระดูกต่อไป
อาการโรคตุ่มน้ำพอง ภูมิคุ้มกันเพี้ยน สาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือด
การรักษามะเร็งเม็ดเลือด
การรักษาในผู้ป่วยแต่ละราย และมะเร็งแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน โดยหลักการรักษา คือ ระยะแรกจะควบคุมโรคให้สงบหลังจากนั้นจะป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งผู้ป่วยหลายรายสามารถหายขาดได้
- เคมีบำบัด สามารถให้ได้ทั้งการฉีดและการกิน มะเร็งบางชนิดอาจต้องให้เข้าน้ำไขสันหลัง
- รังสีรักษา สามารถให้ได้ 2 แบบ ให้รังสีบริเวณที่มะเร็งอยู่ เช่น ม้าม อัณฑะ หรืออาจให้ฉายรังสีทั้งตัวเพื่อเตรียมการปลูกถ่ายไขกระดูก
- การปลูกถ่ายไขกระดูก การให้เคมีบำบัดขนาดสูงร่วมกับรังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง หลักจากนั้นจึงนำไขกระดูกของคนปกติฉีดเข้าไป
- การใช้ Target therapy กับมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด
- การรักษาโดย Biological therapy โดยใช้ interferon กับเซลล์มะเร็งได้บางชนิด
แน่นอนว่า ขึ้นชื่อว่ามะเร็ง ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมใกล้ตัวของเรา โดยเฉพาะการกินอาหาร ดื่มสุรา และสูบบุหรี่ และสาเหตุอีกส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม ซึ่งการตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มแรกจะทำให้มีการตอบสนองต่อการรักษาและมีโอกาสหายมากกว่า เพราะส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง อาการอยูในระยะลุกลามไปมากแล้ว ฉะนั้นการหมั่นสังเกตและตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง ก็เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นเพื่อค้นหาความผิดปกติของร่างกายได้!
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 1
ข้อปฏิบัติ-สิ่งต้องระวัง เมื่อต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียม
เทคนิคลดน้ำหนักตามกรุ๊ปเลือด เลือกกิน-ออกกำลังกายเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า!