มะเร็งช่องปาก ชนิดโตเร็ว สัญญาณอันตราย อย่ามองข้ามแผลร้อนในหายช้า!
มะเร็งช่องปาก ไม่เคี้ยวหมากก็เป็นได้! ส่วนหนึ่งเกิดจากการเชื้อไวรัส เช่น HPV ชนิดเดียวกับมะเร็งปากมดลูก อีกทั้งส่วนใหญ่ยังพบชนิดกระจายตัวได้ช้า แต่โตเร็ว ทิ้งไว้เพียง 1 เดือน ขนาดเพิ่มเป็น 2 เท่า ทะลุใบหน้าออกมาได้เลย!
มะเร็งช่องปาก โดยส่วนใหญ่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวชนิด Squamous cell carcinoma มะเร็งช่องปากในบางรายอาจกัดลึกทะลุออกมายังบริเวณผิวหน้า มะเร็งชนิดนี้มีการกระจายตัวได้ช้า แต่โตเร็ว หากปล่อยทิ้งไว้เพียง 1 เดือน ขนาดสามารถใหญ่ขึ้นได้เป็น 2 เท่า และมะเร็งช่องปากเป็นมะเร็งที่กัดลึกไปยังส่วนอื่น เหงือก กราม ทั้งสามารถลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองที่คอได้อีกด้วย
ปัจจัยการเกิดมะเร็งช่องปาก
หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณหลายสิบปีที่แล้ว นับเป็นมะเร็งอันดับต้นๆ
อีกชนิดหนึ่งที่พบมากทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และโดยเฉพาะผู้หญิงไทยจะเป็นโรคนี้ค่อนข้างมาก เพราะค่านิยมเคี้ยวหมาก และสุขภาพปากไม่ดี แน่นอนว่าสถานการณ์มะเร็งช่องปากดีขึ้นมากเพราะมีการรณรงค์ดูแลสุขภาพช่องปากที่มากขึ้น ทำให่อัตราการเกิดน้อยลง แต่ก็เบาใจไม่ได้ เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคได้ และส่วนมากเกิดจากพฤติกรรมใกล้ตัว!
- การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น HPV (Human papilloma virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งในกรณีนี้มีที่มาจากการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก (Oral sex)
- การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งช่องปากได้มากกว่าคนปกติถึงสองเท่า
- การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- มีการอักเสบของช่องปากบ่อยๆ
- ใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดี
อาการมะเร็งช่องปาก
อวัยวะทุกอย่างของช่องปาก สามารถเป็นมะเร็งได้ทุกส่วน อาการส่วนใหญ่ของมะเร็งในช่องปากพบได้หลายลักษณะ ซึ่งอาจสังเกตได้จากการมีฝ้าขาวๆ ที่บริเวณใต้ลิ้น เหงือก พื้นช่องปาก เมื่อเป็นนานๆ รอยฝ้านั้นจะนูนขึ้น หรือพบก้อน และมีคล้ายอาการร้อน แต่จะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน คือ
แผลที่เป็นมะเร็งจะมีอาการมากกว่า 1 เดือน และไม่หาย แต่ไม่เจ็บปวดมากนัก และอาการก็จะพัฒนาต่อเนื่องตามระยะของโรค
ลักษณะแผลเรื้อรังแต่ไม่เจ็บเสี่ยงมะเร็ง
- แผลเรื้อรังที่ลงลึกมักมีลักษณะเป็นแผลที่มีขอบแข็ง
- มีลักษณะเหมือนหงอนไก่ ดอกกะหล่ำ
- ผลมีลักษณะคล้ายแผลที่ลงลึกขอบแผลแข็ง ร่วมกับการมีรูปแบบเหมือนหงอนไก่ หรือดอกกะหล่ำ
มะเร็งช่องปาก สามารถตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นได้จากการตรวจร่างกายโดยแพทย์ ทันตแพทย์ และตรวจเพิ่มเติมด้วยการเอกซเรย์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การส่องกล้อง และการตรวจยืนยันด้วยการตัดชิ้นเนื้อตรวจพิสูจน์
ไม่ชอบดื่มน้ำ! แนะ 6 อาหารช่วยรักษาระดับน้ำในร่างกาย
การรักษามะเร็งช่องปาก
แพทย์จะพิจารณาใช้การผ่าตัดเป็นวิธีรักษาหลัก คำนึงถึงการรักษาที่สามารถตัดเนื้องอกได้หมดแบบครอบคลุมทั้งในด้านความกว้าง ความลึก และอาจต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองที่เกี่ยวข้องออก หรือร่วมกับการฉายรังสีรักษา ขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของมะเร็ง หรือในบางกรณีเมื่อผ่าตัดรักษาแล้วอาจต้องผ่าตัดเสริม เพื่อช่วยให้คนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง สำหรับการรักษามะเร็งช่องปาก มีข้อจำกัดที่สำคัญประการหนึ่ง คือ กรณีมีการลุกลามมากเกินไปจนกระทั่งไม่สามารถรักษาต่อมน้ำเหลืองได้
ทั้งนี้การหมั่นดูแล ใส่ใจสุขอนามัยช่องปากของตนเองเป็นประจำทุกวัน หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จัดตารางสุขภาพให้ตนเองพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก6 เดือน หรือทุกครั้งที่พบความผิดปกติในช่องปาก ก็จะช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3
กินของหวานก่อนนอน เสี่ยงแก่เร็ว ฝันร้าย บั่นทอนสุขภาพ!
สาววัย 52 ปี ปอดอักเสบจากเชื้อรา พบประวัติให้อาหารนกพิราบเป็นประจำ!