กลืนแร่ I–131 หลังการผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์ ช่วยอะไรได้บ้าง?
เปิดข้อมูลแพทย์ขั้นตอนการรักษามะเร็งไทรอยด์ หลังขั้นตอนการผ่าตัด ทำไมคนไข้ต้องกลื่นแร่ไอโอดีน-131 การเตรียมตัวและดูแลหลังการรักษา
มะเร็งไทรอยด์มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยส่วนใหญ่มักจะคลำพบก้อนที่ลำคอ มะเร็งไทรอยด์ชนิดที่พบส่วนใหญ่มักมีการดำเนินโรคที่ดี แต่ยังอาจพบการแพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น เช่น ปอดและกระดูกได้ ซึ่งวิธีการรักษาหลักคือการผ่าตัดต่อมไทรอยด์แล้วตามด้วยการรักษาด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 เพื่อเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาด
สารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 คืออะไร ?
การรักษาด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 (Radioiodine, Iodine-131) คือ การรักษาทางการแพทย์ ไอโอดีน-131
เป็นสารกัมมันตรังสีซึ่งมีความไม่เสถียรสามารถแผ่รังสีเบต้า เพื่อการทำลายเซลล์และยังแผ่รังสีแกรมม่า ซึ่งสามารถนำมาใช้กับเครื่องถ่ายภาพทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อบอกตำแหน่งของโรคได้ ซึ่งสารกัมมันตรังสีไอโอดีนส่วนใหญ่มักจะจับกับเซลล์ของไทรอยด์และมะเร็งไทรอยด์ชนิดที่มีการแบ่งตัว (Differentiated Thyroid Cancer) การบริหารสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของการรับประทานซึ่งอาจจะในรูปแบบของแคปซูล
การรักษาด้วยไทรอยด์ด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีนเป็นการรักษาเพิ่มเติมภายหลังการผ่าตัดซึ่งมักจะทำการรักษาด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีนหลังจากการผ่าตัดไปแล้วอย่างน้อย 3 – 4 สัปดาห์ ซึ่งการรักษานั้นไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาในผู้ป่วยทุกราย หากแต่ต้องขึ้นกับโอกาสการเป็นซ้ำของผู้ป่วย ซึ่งจะทำการประเมินด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการที่เกี่ยวข้อง หากผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยสารกัมมันตรังสี จะได้รับการประเมินจากแพทย์ทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์สำหรับปริมาณรังสีที่เหมาะสมต่อไป แต่เป็นการรักษาที่ไม่เหมาะกับสตรีขณะตั้งครรภ์ หรือสตรีขณะให้นมบุตร
การเตรียมตัวก่อนการรักษา
- กินอาหารที่มีไอโอดีนต่ำ คือรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของไอโอดีนที่น้อยกว่า 50 ไมโครกรัมต่อวัน นาน 1 – 2 สัปดาห์ก่อนการรักษาเพื่อทำให้เซลล์ไทรอยด์และ/หรือเซลล์มะเร็งจับสารกัมมันตรังสีไอโอดีนได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษามากขึ้น แนะนำเลี่ยงอาหารที่มีไอโอดีนสูง เช่น อาหารทะเลรวมทั้งอาหารที่มีส่วนประกอบของอาหารทะเล เช่น น้ำปลาและสาหร่ายทะเล รวมทั้งวิตามินที่มีส่วนผสมของไอโอดีน หรืออาหารที่มีการเติมไอโอดีน สำหรับเกลือที่ไม่ได้เติมไอโอดีนสามารถนำมาบริโภคได้ เพราะหากเลี่ยงการรับประทานเกลือแล้วอาจจะทำให้มีค่าโซเดียมในเลือดต่ำได้ (Hyponatremia)
- การกระตุ้นค่า TSH (TSH Stimulation) เพื่อให้ค่า Thyroid Stimulated Hormone (TSH) มากกว่า 30 mU/L มีทางหลัก 2 วิธีคือ
- การงดให้ฮอร์โมนไทรอยด์ที่ 3 – 6 สัปดาห์ หรือยังไม่เริ่มการให้ฮอร์โมนไทรอยด์หลังการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยที่พึ่งได้รับการผ่าตัด
- การฉีด Recombinant Human Thyrotropin (rhTSH) ก่อนที่ให้สารกัมมันตรังสีไอโอดีน
ภาวะแทรกซ้อนจากสารกัมมันตรังสีโอโอดีน-131
- อาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
- การอักเสบของต่อมไทรอยด์จากการได้รับรังสี (Radiation Thyroiditis) ซึ่งอาจพบว่ามีอาการบวมหรือเจ็บที่บริเวณหน้าคอ พบได้ร้อยละ 10 – 20 สามารถเกิดขึ้นได้ใน 48 ชั่วโมงแรกหลังการได้รับกัมมันตรังสีไอโอดีน
- การบวมของมะเร็ง ซึ่งหากมะเร็งไทรอยด์แพร่กระจายไปที่สมอง อาจทำให้สมองบวมและเกิดเลือดออกในสมอง
- การอักเสบของต่อมน้ำลาย ซึ่งทำให้บวมใต้หูหรือใต้กรามทั้งสองข้าง
- การรับรสที่ผิดปกติ ซึ่งอาการจะเป็นชั่วคราว
- ภาวะแทรกซ้อนในช่วงหลังที่พบได้บ่อย เช่น ต่อมน้ำลายอักเสบเรื้อรัง ปากแห้ง น้ำลายเหนียว และเข้าสู่วัยหมดระดูเร็วขึ้น
ระยะ “มะเร็งไทรอยด์” รู้ทันก่อนลุกลามไปอวัยวะอื่น ยากเกินควบคุม!
การปฏิบัติตัวหลังการรักษาด้วยไอโอดีนรังสี
- ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการรักษาแรก แนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อลดรังสีต่อบุคคลรอบข้าง โดยการลดการได้รับรังสีจากการแพร่ เช่น การใช้ระยะห่าง 2 เมตร หรือหากต้องเข้าใกล้ให้ใช้เวลาที่น้อย รวมทั้งการนอนคนเดียว หากไม่สามารถแยกห้องได้ควรแยกเตียงห่าง 2 เมตร รวมทั้งงดไปที่ชุมชน สถานที่แออัด สถานที่ที่ไม่สามารถเว้นระยะห่าง
- ระวังการปนเปื้อนของไอโอดีนรังสีจากปัสสาวะ เหงื่อ และน้ำลาย เช่น นั่งปัสสาวะลงชักโครกและกดชักโครก 2 ครั้ง ล้างมือบ่อย ๆ ไม่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในภาชนะเดียวกับผู้อื่น แยกซักเสื้อผ้ากับผู้อื่น
- คุมกำเนิดอย่างน้อย 6 – 12 เดือน
อีกทั้งควรรับประทานฮอร์โมนไทรอยด์ตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอและติดตามพบแพทย์ตามนัดเพื่อให้การรักษาครั้งนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
มะเร็งไทรอยด์ กับ ไทรอยด์เป็นพิษ อาการต่างกันอย่างไร?
แหล่งไอโอดีนจากผักและผลไม้ ช่วยให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนได้ตามปกติ!