“ขาชาบ่อย” เกิดจากอะไร? สัญญาณแบบไหน ควรระวังโรคทางระบบประสาท
อาการขาชาแขนขามักเกิดขึ้นในเวลา ที่นั่งหรือ กดทับอวัยวะใดเป็นเวลานาน แต่หากเป็นบ่อยเป็นนานอาจเป็นสัญญาณโรคระบบประสาทได้
อาการชา คืออาการไม่พึงประสงค์ที่ในช่วงเวลาที่เราไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบริเวณแขนและขา โดยหลายคนมักจะประสบปัญหานี้หลังจากการนั่งท่าเดิมนาน ๆ โดยไม่ได้ขยับร่างกาย นั่งหรือนอนทับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง แม้จะมีอาการขาชาเพียงชั่วครู่ และอาจจะสร้างความรำคาญในระยะสั้น ๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว หากมีอาการเรื้อรัง และเป็นถี่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของโรคทางระบบประสาทได้
Magnific/krakenimages.com
อาการขาชา
ขาชา เกี่ยวข้องอย่างไรกับระบบประสาท?
เกิดจากการถูกกดทับของเส้นประสาท เนื่องจากเส้นประสาทไม่สามารถเดินทางมาถึงบริเวณแขนและขาได้ เพราะถูกกดทับจากเอ็นและพังผืด สาเหตุมาจากการอยู่ในท่าเดิมเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน หรือใช้งานอวัยวะส่วนนั้นบ่อย ๆ เช่น นั่งขัดสมาธิ จับเมาส์ นอนทับแขน หรือเล่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทุกพฤติกรรมที่กล่าวมาล้วนมาจากกิจวัตรประจำวันที่ส่งผลให้เกิดปัญหาขาชาและแขนชาได้เช่นเดียวกัน แต่หากคุณพบว่าขาชาไม่ใช่เพียงอาการเหน็บชาที่เกิดขึ้นเพียงครู่ใดครู่หนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าคุณมีอาการขาชาบ่อยครั้ง หรือมีความถี่มากจนเกินไปในหนึ่งวัน นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายทางสมองและระบบประสาทที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
สัญญาณอาการชาเสี่ยงโรค
- โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
เป็นภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพจนไปกดเส้นประสาท ส่งผลให้เส้นประสาทเกิดการอักเสบ คนไข้จะมีอาการปวดขา จนรู้สึกขาชาลงไปถึงน่องเหมือนเป็นตะคริว ซึ่งผู้ป่วยเองสามารถบรรเทาอาการขาชาที่อาจส่งผลต่อโรคหมอนรองกระดูกได้ เริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบง่าย ๆ เช่น ไม่นั่งอยู่เฉย ๆ เป็นเวลานาน เลี่ยงยกของหนัก หรือยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำ
จ้ำเลือดตามตัว สัญญาณโรคเกล็ดเลือดต่ำ เสี่ยงรุนแรงเลือดออกในสมอง
- โรคปลายประสาทอักเสบ
เกิดจากความเสียหายของเส้นประสาท :ซึ่งสาเหตุมักมาจากการเกิดอุบัติเหตุหรือการกดทับเส้นประสาท อาการแรกเริ่มคือชามือชาเท้า ซึ่งหากรุนแรงมากขึ้นจะลามไปจนมีอาการขาชาหรือแขนชาได้ ผู้ป่วยควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยืดเส้นยืดสาย ไม่อยู่ท่าเดิมนาน ๆ แต่อย่างไรก็ตาม การไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ถือว่าเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ป่วยมากที่สุด
ทั้งนี้ขาชา เป็นอาการริเริ่มที่อาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบประสาทและสมอง โดยตัวผู้ป่วยและคนรอบข้างต้องคอยสังเกตอยู่บ่อย ๆ หากเริ่มมีอาการขาชาที่มากขึ้นหรือปวดผิดปกติ นั่นเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ในทันที ซึ่งการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 1
จ้ำเลือดตามตัว สัญญาณโรคเกล็ดเลือดต่ำ เสี่ยงรุนแรงเลือดออกในสมอง
4 พฤติกรรมควรเลี่ยง ช่วยคุมความดันและน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเรื้อรัง